กาญจนบุรี : ชาวหนองขาวยกมือค้านโรงงานแต่งแร่ล้นศาลา 3 หลังวัดอินทราราม ดร.สนธิ ชี้เป็นต้นแบบเวทีประชาพิจารณ์ของไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่ศาลา 3 หลัง วัดอินทราราม ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีการขออนุญาตก่อสร้างโรงงานแต่งแร่ของบริษัท ไบร์ทบิซ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ดีพ เอิร์ธ ทรัพยากร จำกัด ในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลหนองขาว บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักปะปนกับความตึงเครียด เนื่องจากมีประชาชนทยอยเดินทางมาลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงเช้า บางส่วนรีบมาร่วมก่อนออกไปประกอบอาชีพ

ตลอดทั้งวันมีประชาชนจากตำบลหนองขาว พื้นที่ใกล้เคียง และจังหวัดใกล้เคียง เดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง จนล้นศาลาทั้ง 3 หลัง ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องยืนรับฟังอยู่โดยรอบเวที รวมผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน

ภายในเวทีมีผู้แทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ผู้แทนอำเภอท่าม่วง และนายอุดร เพ็งอร่าม นายกเทศมนตรีตำบลหนองหญ้าดอกขาว ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งโครงการ เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน ขณะที่นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร หรือ “สส.แมน” อดีต สส.กาญจนบุรี เขต 2 ทำหน้าที่เป็นแกนนำชาวบ้าน พร้อมมีทนายความจากสภาทนายความแห่งประเทศไทยร่วมสังเกตการณ์ด้านกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมี ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมสิ่งแวดล้อมไทย ดร.อาจารี แก้วเหล่ายูง และรองศาสตราจารย์ ดร.เอริกา พฤฒิกิตติ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรงงานแต่งแร่ รวมถึงนายณัชพล สุพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิตบูล” หัวหน้าพรรคศรัทธา และ ดร.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน (มาดามส้ม) เลขาธิการพรรค ที่เดินทางมาร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนด้วย

ภายหลังนักวิชาการนำเสนอข้อมูลเสร็จสิ้น นายอุดร เพ็งอร่าม ได้ขึ้นเวทีชี้แจงว่า เทศบาลยังไม่ได้อนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานแต่งแร่แต่อย่างใด โดยที่ผ่านมา บริษัทเพียงขออนุญาตปรับพื้นที่ในที่ดินของตนเองเท่านั้น และภายหลังเทศบาลได้มีคำสั่งระงับการดำเนินการแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้นายอุดรจะพยายามชี้แจงในหลายประเด็น แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่พอใจ ส่งเสียงแสดงความเห็นคัดค้านตลอดการชี้แจง แม้ปลัดเทศบาลจะช่วยอธิบายเพิ่มเติม บรรยากาศก็ยังคงตึงเครียด

ต่อมา นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขึ้นเวทีชี้แจงเพิ่มเติม แต่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย กระทั่งผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง จึงประกาศยุติการเสวนา พร้อมเปิดให้ประชาชนยกมือแสดงจุดยืน

ผลปรากฏว่า ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมใจกันยกมือ “ไม่เห็นด้วย” กับการก่อสร้างโรงงานแต่งแร่ในพื้นที่ตำบลหนองขาว พร้อมตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ออกไป…ออกไป”

ด้าน ดร.สนธิ คชวัฒน์ กล่าวว่า เวทีครั้งนี้มีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แต่ฝ่ายบริษัทเจ้าของโครงการไม่ได้เข้าร่วมชี้แจง จึงทำให้เกิดการซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง พร้อมแนะนำให้ประชาชนลงลายมือชื่อแสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการ เพราะหากมีผู้คัดค้านเกินกึ่งหนึ่งของผู้เข้าร่วม ก็สามารถรวบรวมรายชื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด และส่งต่อไปยังกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องได้

ดร.สนธิ ระบุว่า สิ่งที่ชาวบ้านกังวลคือ ยังไม่มีความชัดเจนว่าโรงงานจะนำแร่ชนิดใดมาแต่ง กระบวนการจัดการกากแร่และมาตรการป้องกันผลกระทบเป็นอย่างไร อีกทั้งพื้นที่โครงการยังตั้งอยู่ใกล้คลองชลประทานในพระราชดำริเพียงประมาณ 20 เมตร ทั้งที่หลักการควรอยู่ห่างจากแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า 100 เมตร จึงเกรงว่าหากมีการกองแร่จำนวนมาก เมื่อเกิดฝนตก น้ำชะล้างอาจพาโลหะหนักปนเปื้อนลงสู่คลองและพื้นที่เกษตรกรรมได้

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้พื้นที่โครงการจะถูกกำหนดเป็นพื้นที่สีม่วง ซึ่งรองรับโรงงานและคลังสินค้า แต่พื้นที่โดยรอบยังเป็นพื้นที่สีเขียวและเป็นพื้นที่เกษตรกรรม จึงเห็นว่าการตั้งโรงงานแต่งแร่ในบริเวณดังกล่าวอาจไม่เหมาะสม โดยโรงงานลักษณะนี้ควรตั้งอยู่ในเขตเหมืองหรือพื้นที่สัมปทานแร่โดยตรง

ดร.สนธิ กล่าวทิ้งท้ายว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ถือเป็น “ต้นแบบของประเทศไทย” เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แตกต่างจากหลายพื้นที่ที่ผู้เข้าร่วมเพียงลงชื่อแล้วเดินทางกลับ พร้อมเสนอว่า การจัดเวทีประชาพิจารณ์หรือการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในอนาคต ไม่ควรให้เจ้าของโครงการเป็นผู้จัดเอง แต่ควรมีหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการระดับจังหวัดทำหน้าที่เป็นคนกลาง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม ลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชุมชน และเป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน

ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

You May Also Like