
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “พบเครือข่ายสื่อมวลชนอีสาน ต่อต้านมะเร็งท่อน้ำดี”ภายใต้โครงการ “Isan Zero OV”
เวลา 13.00 -16.00 น. ณ ห้องประชุม ที่บ้านสวนคุ้งน้ำ อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยมีประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย ประธานชมรมสื่อมวลชน และสื่อมวลชนจังหวัดมหาสารคามเข้าร่วมรับฟังข้อมูล
**มะเร็งท่อน้ำดี มัจจุราชเงียบคนอีสาน!
รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ซึ่งศึกษาวิจัยเรื่องคนอีสานกับการป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีมานานกว่า 20 ปี เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีว่า พยาธิที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์มีเพียง 2 ชนิด คือ พยาธิใบไม้เลือดและพยาธิใบไม้ตับ โดยพยาธิใบไม้เลือดไม่พบในประเทศไทยแต่พบในแอฟริกาอียิปต์ ส่วนพยาธิใบไม้ตับที่ถูกองค์การอนามัยโลกประกาศว่าเป็นสารก่อมะเร็งท่อน้ำดี มีการแพร่ระบาดสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคอีสาน
รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวว่า พยาธิใบไม้ตับแฝงตัวอยู่ในเกล็ดและเนื้อของปลาน้ำจืดมีเกล็ดในวงศ์ปลาตะเพียน ซึ่งคนอีสานนิยมรับประทานมาตั้งแต่อดีต เมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายจะมีชีวิตอยู่ได้นาน 10 ปี ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่ท่อน้ำดีจนกลายเป็นมะเร็ง โดยปัจจุบันประมาณการว่ามีคนไทยโดยเฉพาะคนอีสานติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับประมาณ 6-8 ล้านคน และป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีปีละ 20,000 คน โดยครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 10,000 คน เป็นชาวอีสานที่เสียชีวิตจากโรคร้ายนี้เพียงเพราะพฤติกรรมการกินปลาดิบ
**แจงดราม่าตรวจนักศึกษามหาสารคาม ชี้ “ผลลบลวง” น่ากลัวกว่า
“ที่ผ่านมาจากการตรวจหาพยาธิใบไม้ตับในคนอีสานที่ผ่านการคัดกรองว่ามีประวัติเสี่ยงกว่า 2.6 แสนคนโดยชุดตรวจ OV-ATK ก็พบว่ามีตัวเลขการติดพยาธิใบไม้ตับประมาณ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ โดยร้อยละการติดเชื้อพบน้อยพบมากไม่เท่ากันแล้วแต่พื้นที่ และที่ผ่านมาการที่มีข่าวเรื่องการตรวจหาพยาธิใบไม้ตับกับเด็กนักศึกษาน้องใหม่ที่มาจากทั่วประเทศของจังหวัดมหาสารคาม โดยพบว่ามีการติดเชื้อประมาณ 33 เปอร์เซ็นต์จากการตรวจไป 1.2 หมื่นคนถือว่าเป็นตัวเลขธรรมดามาก ไม่ได้เป็นตัวเลขที่น่าตกใจแต่อย่างไร เพราะผลที่ออกมาก็ไม่ได้เกินจากที่เคยตรวจคัดกรองมาก่อน แต่ที่น่าตกใจคือการไปตรวจคัดกรองซ้ำจากตัวเลขนักศึกษาที่มีการตรวจปัสสาวะด้วย OV ATK ที่เคยพบว่าติดพยาธิจาก 1.2 หมื่นติดไป 4 พันกว่าคนนั้น แล้วไปตรวจอุจจาระพบว่าติดเพียง 4 คน ซึ่งตัวเลขนี้น่าตกใจมากกว่า เพราะกลัวว่าผลตรวจที่ออกมาว่าไม่พบพยาธิอาจเป็นเพราะข้อจำกัดของวิธีการตรวจที่มีความไวต่ำ อาจจะทำให้นักศึกษาที่จริง ๆ มีพยาธิแต่กลับไม่ได้รับยาถ่ายพยาธิไปกิน อนาคตอีก 10-20 ปี อาจจะป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ตรงนี้จะทำอย่างไรนี่คือสิ่งที่น่ากังวลมากกว่า”รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าว
**ไขข้อต่าง “ตรวจปัสสาวะ VS ตรวจอุจจาระ”
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี อธิบายเพิ่มเติมว่า การตรวจด้วยอุจจาระกับการตรวจปัสสาวะด้วยชุดตรวจ OV-ATK ใช้หลักการต่างกัน การตรวจอุจจาระมี “ความไวในการตรวจต่ำ” หากในร่างกายมีพยาธิน้อยจะหาไม่เจอ เนื่องจากสิ่งที่ออกมากับอุจจาระคือไข่พยาธิ และการตรวจใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยเท่าปลายไม้จิ้มฟัน ทำให้มีข้อจำกัดสูง ปัจจุบันแพทย์ศัลยกรรมผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดีพบตัวพยาธิในเนื้อเยื่อมะเร็งของผู้ป่วย 1–3 ตัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตรวจอุจจาระแล้วไม่พบไข่พยาธิ
ในทางกลับกัน การตรวจปัสสาวะด้วยชุดตรวจ OV-ATK สามารถตรวจพบแอนติเจนของพยาธิได้ ซึ่งหากตรวจพบและได้รับยาถ่ายพยาธิทันที จะเป็นแนวทางป้องกันมะเร็งท่อน้ำดีที่ดีที่สุด ดีกว่าการตรวจอุจจาระไม่เจอแล้วปล่อยไว้จนกลายเป็นมะเร็งในอนาคต
**ย้ำ OV-ATK ผ่าน อย. เป็นสิทธิประโยชน์ที่ทุกคนควรได้รับ
รศ.ดร.วัชรินทร์ ฝากเตือนถึงประชาชนว่า ขอให้สังเกตและประเมินตนเองว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ โดยพิจารณาจากพฤติกรรม 3 ประการ คือ 1. เคยมีประวัติติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับหรือไม่ 2. เคยกินยาถ่ายพยาธิใบไม้ตับ (พราซิควอนเทล) หรือไม่ 3. เคยรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาววงศ์ปลาตะเพียนแบบดิบหรือสุกๆ ดิบๆ หรือไม่
“หากท่านมีพฤติกรรมเสี่ยง ยืนยันว่าชุดตรวจ OV-ATK ผ่านการรับรองจาก อย. และขึ้นบัญชีนวัตกรรมเรียบร้อยแล้ว ได้มาตรฐานแน่นอน ถือเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชนทุกคนที่ควรได้รับการตรวจเพื่อความชัดเจน การป้องกันไว้ก่อนดีกว่าการปล่อยให้ป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในวันที่สายเกินไป” รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายชยพัทธวัฒน์ ภัทรพหุสาธน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เรื่องพยาธิใบไม้ตับหรือว่ามะเร็งในท่อน้ำดีในช่วงนี้เป็นกระแส หลายๆ คนคงมีพื้นความรู้ประมาณหนึ่ง แต่พอมาฟังวันนี้ ได้รู้ข้อมูลอะไรลึกๆ แบบละเอียดทำให้เข้าใจมากขึ้น ถูกต้องชัดเจนมากขึ้น เพราะบางเรื่องเวลาอ่านสื่อทั่วไป หรือกระทรวงที่รับผิดชอบ หรือว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบ บางทีไม่ได้บอกรายละเอียดขนาดนี้ วันนี้รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม ซึ่งทำงานเรื่องนี้มา 20 กว่าปี มีข้อมูลละเอียดและทำให้เห็นภาพเห็นปัญหาของเรื่องนี้อย่างชัดเจน ทำให้มีข้อมูลเผื่อสำหรับการนำเสนอเผยแพร่ข้อมูลข่าวในอนาคต เชื่อว่าทั้งประชาสัมพันธ์จังหวัดหรือสื่อมวลชน ซึ่งวันนี้มีสื่อทุกแขนงก็จะได้ความรู้แบบเต็มเปี่ยมสามารถนำไปใช้ได้ ทั้งเผยแพร่หรือเป็นฐานความรู้เพื่อจะต่อยอดต่อไป
ในขณะที่ดร.ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวว่า จากปัญหาเรื่องที่เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีการตรวจคัดกรองหาพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัดพบว่ามีเยาวชนติดพยาธิใบไม้ตับเป็นจำนวนมาก ทำให้สสส.ได้ร่วมกับสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี และภาคีเครือข่ายหลายองค์กรได้มุ่งเป้า รณรงค์เชิงรุกกับเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้และไม่กินปลาดิบ โดยมีโครงการชื่อว่า “คนอีสานรุ่นใหม่ปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี” หรือ Isan Zero OV โดยในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นี้ ที่ห้องประชุมสุริยะจันทร์ วิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม จะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้กับคนเด็กเยาวชนมหาสารคาม เรื่องของพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เพื่อให้เยาวชนรู้จักและห่างไกลด้วยการไม่กินปลาดิบ ไม่กินอาหารดิบในแคมเปญ #แซ่บสุกเซฟชีวิต #แซ่บสุกเซฟทุกความฝัน โดยได้เชิญเยาวชนจากหลายสถาบันในจังหวัดมหาสารคามมาร่วมรับฟังและรับรู้ข้อมูล พร้อมกับเชิญวิทยากรที่เชี่ยวชาญด้านการทำสื่อ ไม่ว่าจะเป็นละครเวที บอร์ดเกมส์ และวิดีโอสั้นมาให้ความรู้เยาวชน และจะเชิญชวนเข้าร่วมการประกวดทำสื่อ หรือ Isan Zero OV Hackathon ที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้.
ทีมข่าว/มหาสารคาม

