กาฬสินธุ์ อดีตโชเฟอร์เปลี่ยนเศษไม้เป็นเงิน ทำเฟอร์นิเจอร์ขายรายได้เดือนละหมื่น


โอกาสทอง-ทำเงิน เปิดประตูให้ผู้แสดงหาและไม่ยอมแพ้เสมอ อย่างรายนายคำแปลง พลเสน อายุ 65 ปี ชาวบ้านหนองกุง ตำบลเขาพระนอน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ อดีตคนงานขับรถแทรกเตอร์บริษัทรับเหมา และอดีตโชเฟอร์ รถตู้บริการทั่วไทย วางพวงมาลัยในวัยเริ่มสูงอายุ ชื่นชอบงานศิลป์และงานฝีมือช่างไม้ อาศัยครูพักลักจำ หาเก็บเศษไม้มาทำขาเปลและเฟอร์นิเจอร์จำหน่าย โดยไม่เคยเป็นช่างไม้มาก่อน สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1 หมื่นบาท
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชน ในช่วงฤดูกาลทำนา ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่าที่บ้านหนองกุง หมู่ 1 ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด มีชายสูงอายุรายหนึ่ง ใช้เวลาว่างหาเก็บเศษไม้มาสร้างมูลค่า โดยนำมาประกอบกันเป็นขาเปลหรืออู่ผูกนอนสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
รวมทั้งทำเฟอร์นิเจอร์ ประเภทโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา ไว้ขายภายในชุมชน มีลูกค้ามาติดต่อตลอด เพราะซื้อขายในราคาประหยัด จนทำไม่ทันกับความต้องการของลุกค้า ขณะที่บางครั้งไม่คิดเงิน แค่นำผลงานไปแลกกับไม้หรือเศษไม้เท่านั้น พอได้กำไรจากไม้ส่วนที่เหลือมาทำเป็นผลิตภัณฑ์หรืองานฝีมือเล็กน้อยๆ จำหน่าย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ
ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ บ้านหนองกุง หมู่ 1 พบนายคำแปลง พลเสน หรือ ลุงแปลง อายุ 65 ปี กำลังเข็นล้อเลื่อนบรรทุกเศษไม้ ที่ได้จากการไปหาเก็บตามหัวไร่ปลายนา และบางส่วนขออนุญาตจากเจ้าของไม้แล้ว โดยนำมาสะสมไว้เพื่อสร้างชิ้นงานจากเศษไม้ ไว้จำน่ายให้กับลูกค้า อุปกรณ์มีเพียงเลื่อยมือ เครื่องเจียร์มือ ค้อน ตะปู
จากการสอบถามทราบว่า ลงมือทำอย่างจริงจังประมาณ 2 ปี ทีแรกก็ทำแบบลองผิดลองถูก ผลงานหยาบๆ ยังไม่ลงรายละเอียดมากนัก เพราะเพิ่งมาลองจับงานด้านช่างไม้ พอทำบ่อยเข้าจึงเกิดความชำนาญ มีการพัฒนาฝีมือ ผลงานมีความประณีตมากขึ้น แต่ก็เป็นสไตล์เรียบง่าย ไม่ต้องขัดเงาหรือลงแล็คเกอร์ เช่น ตกแต่งลวดลายเป็นรูปสัตว์ รูปใบไม้และรูปดอกไม้ ตามที่จินตนาการได้
นายคำแปลงกล่าวว่า เป็นคนบ้านหนองกุงโดยกำเนิด เรียนจบแค่ ม.6 ชีวิตในวัยหนุ่มเป็นลูกจ้างขับรถแทร็คเตอร์ กับบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่ง หลายปีต่อมาธุรกิจรับเหมามีปัญหา จึงหันมาลงทุนกับญาติ โดยออกรถตู้มาคันหนึ่ง เพื่อให้บริการรับเหมา พาลูกค้าเดินทางไปทั่วประเทศ จุดนี้เองที่ทำให้ไปเห็นผลิตภัณฑ์จากไม้หลายแห่ง จึงเกิดแรงบันดาลใจ และคิดว่าสักวันหนึ่ง มีเวลาว่างก็จะลองเป็นช่างไม้ดู
นายคำแปลงกล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ถือเป็นจุดพลิกผันอีกครั้งหนึ่ง เพราะแทบทุกวงการต้องหยุดนิ่ง ประกอบกับเริ่มมีอายุ หูตาไม่ค่อยจะดีเหมือนเมื่อก่อน และรู้สึกอิ่มตัวจากการออกไปทำงานนอกบ้าน จึงวางมือจากจับพวงมาลัยขับรถโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ก็มีเวลาว่างให้กับตัวเองอย่างเต็มที่ เหมือนกับว่าถึงช่วงเวลาชีวิตจะได้เป็นช่างไม้แล้ว
จึงเริ่มหาเก็บเศษไม้ตามหัวไร่ปลายนา และไปติดต่อขอซื้อจากชาวบ้านที่เขาขายต้นไม้ เช่น ไม้ยูคา ไม้สัก ไม้ประดู่ ซึ่งตนจะเลือกเอาเฉพาะส่วนของกิ่งเล็กๆ เพื่อนำมาทำผลิตภัณฑ์จากไม้เท่าที่ทำได้เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เจ้าของไม้ที่รู้ว่าตนจะนำมาสร้างมูลค่า ดีกว่าเอาไปทำฟืนหรือเผาถ่าน ก็จะให้โดยไม่คิดเงิน ซึ่งตนก็ตอบแทนด้วยการทำผลิตภัณฑ์จากไม้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ขาเปล ให้เขา เป็นการตอบแทนน้ำใจซึ่งกันและกัน
“งานฝีมือที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจากครูพักลักจำ ค่อยคิดค่อยทำไปไม่เร่งรีบ ทำเท่าที่ทำได้ ทำตามรูปร่างของเศษไม้ที่หาเก็บมาได้ คงความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ผลิตภัณฑ์ของตนที่ลูกค้าให้ความสนใจมาสั่งให้ทำ ส่วนใหญ่จะเป็นขาเปลหรือขาอู่เคลื่อนที่ สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายๆ ขายราคาชุดละ 250 บาท ส่วนชุดโต๊ะและโซฟา ชุดละ 2,000-2,500 บาท ตามขนาด เดือนนึงๆ มีรายได้ประมาณ 10,000 บาท ก็พออยู่ได้ เพราะต้นทุนต่ำ ไม่ได้จ้างแรงงาน
นอกจากนี้ เวลาว่างก็จะทดลองทำฝ้าเพดานด้วยเศษแผ่นไม้ ทีแรกออกแบบและทำที่บ้านตัวเองก่อน ทั้งฝ้าเพดานชั้นเดียว 2 ชั้น 3 ชั้น เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าได้มาชมมาเลือกแบบได้ ถ้าชื่นชอบ สนใจว่าจ้างได้ โดยคิดราคาเพียงหลุมละ 3,000-4,000 บาท หรือตามที่จะตกลงกันได้” นายคำแปลงกล่าวในที่สุด

You May Also Like