องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 27 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จ.นราธิวาส มุ่งสืบสานพระราชปณิธาน สานประโยชน์สุขสู่ปวงประชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “สืบสานพระราชปณิธาน สานประโยชน์สุข สู่ปวงประชา” ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม 2569 ถ่ายทอดองค์ความรู้จากศาสตร์พระราชาสู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการเกษตร การจัดการดินและน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การแปรรูปผลผลิต การสร้างอาชีพ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และเกษตรกรได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง หวังต่อยอดองค์ความรู้สู่การประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

วันนี้ (13 สิงหาคม 2569) ณ อาคารพิกุลกนก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ” ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “สืบสานพระราชปณิธาน สานประโยชน์สุข สู่ปวงประชา”
โดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ในโอกาสนี้ ประธานในพิธีได้มอบประกาศนียบัตรและรางวัลแก่เกษตรกรผู้ชนะการประกวดผลผลิตทางการเกษตร จากนั้นประธานและคณะได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ “พระมหากรุณาธิคุณสู่ปวงประชาเป็นสุข” นิทรรศการ “ต่อยอดองค์ความรู้ สู่การพัฒนาอาชีพ” ชมตลาดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และร่วมปล่อยพันธุ์ป่ากุ้ง-ปลา ได้แก่ ปลาดุกรำพ้น ปลาสลิด ปลานิลดำ และปลานิลแดง รวมจำนวน 9,999 ตัว บริเวณสระน้ำสวน 50 ปีครองราชย์

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือสำนักงาน กปร. และจังหวัดนราธิวาส จัดขึ้นเพื่อสนองพระบรมราโชบายของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานมุ่งมั่นในการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

โดยภายในงานยังน้อมนำพระราชดำริและพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนมาถ่ายทอดผ่านนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ พร้อมเผยแพร่ผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ที่ได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาพื้นที่ การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจัดและดินพรุ การพัฒนาแหล่งน้ำ การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแปรรูปผลผลิตและการสร้างมูลค่าเพิ่ม

โดยจุดเด่นสำคัญของงาน คือ นิทรรศการ “ต่อยอดองค์ความรู้ สู่การพัฒนาอาชีพ” จากหน่วยงานภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จำนวน 13 หน่วยงาน ครอบคลุมองค์ความรู้ตั้งแต่ “ดินถึงตลาด” ให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง ตั้งแต่ “พิพิธภัณฑ์ดิน” ที่นำเสนอชั้นหน้าตัดดินและปัญหาดินในจังหวัดนราธิวาส ทั้งดินเปรี้ยวจัด ดินอินทรีย์ หรือดินพรุ และดินทรายจัด พร้อมสาธิตการวิเคราะห์ดินอย่างง่ายด้วยชุด LDD pH Test Kit ต่อด้วย พิพิธภัณฑ์โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่พรุ ผ่านตัวอย่างพรรณไม้ เมล็ด ใบ ดอก ผล และแมลงในระบบนิเวศป่าพรุ

ขณะที่ “ปลูกอนาคต ด้วยศาสตร์เกษตรพระราชา” เปิดสาธิตการทำเกษตรพอเพียงในพื้นที่จำกัด การปลูกผักในภาชนะ การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ การขยายพันธุ์พืช และการติดตั้งระบบน้ำในแปลงเกษตร

และอีกหนึ่งไฮไลต์คือ “มหัศจรรย์ชันโรง คู่ป่าเสม็ด สู่รายได้ชุมชน” นำเสนอการเลี้ยงผึ้งชันโรง ผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งชันโรง การแปรรูปไม้เสม็ด พร้อมชิมน้ำผึ้งชันโรงแท้ และรับแจกกล้าพันธุ์ไม้หายาก

นอกจากนี้ ยังมีเส้นทาง “แลพรุ ชมเสม็ด มนต์เสน่ห์พิกุลทอง” ให้เรียนรู้ระบบนิเวศป่าพรุผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 400 เมตร พร้อมรับแจกกล้าไม้ฟรี
รวมถึงนิทรรศการ “ขยายผลองค์ความรู้ตามพระราชดำริ สู่วิถีเกษตรกร” สาธิตการใช้สารชีวภัณฑ์ การเพาะเห็ดในถุงพลาสติก เห็ดฟางในตะกร้า และเห็ดฟางกองเตี้ย

ด้านหม่อนไหม นำเสนอ “หม่อนไหมสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์หม่อนไหม” ทั้งการเลี้ยงไหม การสาวไหม การทำสบู่โปรตีนไหม การแปรรูปชาใบหม่อน และผลิตภัณฑ์จากผลหม่อน พร้อมแจกกล้าหม่อน

ด้านงานหัตถกรรม พบกับ “เส้นใยพืชสู่หัตถกรรม สร้างรายได้อย่างยั่งยืน” สาธิตการจักสานจากกระจูด หญ้าแฝก เตย ปาหนัน และกก พร้อมฝึกทำผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช

ด้านสุขภาพ มีนิทรรศการ “เรียนรู้ ร่วมใจ ต้านภัยสุขภาพ” ถ่ายทอดความรู้เรื่องโรคเท้าช้าง ยุงพาหะ และการส่องกล้องจุลทรรศน์เชื้อพยาธิ พร้อมฝึกทำยาหม่องและสเปรย์ไล่ยุง

ด้านประมง นำเสนอ “ประมงวิถียั่งยืน เลี้ยง ผลิต แปรรูป เพิ่มมูลค่า” ทั้งการเลี้ยงปลาในพื้นที่พรุ การทำอาหารปลาเพื่อลดต้นทุน การผสมเทียมปลา และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น ปลาแดดเดียว ปลาส้ม และน้ำพริกปลานรก

ขณะที่การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร นำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เครื่องดื่มโซดาส้มแขก เครื่องดื่มโซดาดาหลา คอมบูฉะส้มแขก คอมบูฉะดาหลา กิมจิผักกูด ผักกูดดอง แยมมะม่วงเบา และมะม่วงเบาแช่อิ่ม

ด้านปศุสัตว์ มีการสาธิตการเลี้ยงแพะ ไก่ไข่ และเป็ดไข่พระราชทาน พร้อมเลือกซื้อผลิตผลจากฟาร์ม รวมถึงไอศกรีมนมแพะ

ปิดท้ายด้วย สวนสาธิตการเกษตรเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่สาธิตการปลูกพืชแบบผสมผสาน การปลูกพืชผักหมุนเวียน การทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ พร้อมแจกน้ำหมักชีวภาพและดินผสมพร้อมปลูก

นอกจากหน่วยงานภายในศูนย์ฯ แล้ว ยังมีหน่วยงานราชการในจังหวัดนราธิวาสประมาณ 30 หน่วยงาน โรงเรียนในโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันตามพระราชดำริ โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ประมาณ 31 กลุ่ม เข้าร่วมจัดนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์จากทะเล ผลิตภัณฑ์ชันโรง งานจักสาน ผ้าและสิ่งทอ

ทั้งนี้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขอเชิญชวนประชาชนและผู้สนใจเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีบริการรถลากพ่วง 4 ขบวน พร้อมวิทยากรบรรยายนำชมตลอดเส้นทาง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 7363 1033, 0 7363 1038 หรือทาง Facebook: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นราธิวาส/ข่าว-ซาการียา ดอเลาะ

You May Also Like