จังหวัดอุตรดิตถ์จัดงานครบรอบ 111 ปี จาก”เมืองพิไชย” สู่ “เมืองอุตรดิฐ

เมื่อเวลา 18.30 น.ของวันที่ 22 สิงหาคม 2569ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เดินทางมาเป็นประธานงานครบรอบ 111 ปี จาก”เมืองพิไชย” สู่ “เมืองอุตรดิฐ
โดยมี นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ นายสรพงษ์ มาระสุขอนันต์ รองผวจ.อุตรดิตถ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ทั้ง 9 อำเภอ สภาอุตสากรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมนางรำ จำนวน 1500 คน เข้าร่วมในกิจกรรม ครบรอบ 111 จาก”เมืองพิไชย” สู่ “เมืองอุตรดิฐ (ปัจจุบันใช้คำว่า อำเภอพิชัย เมืองอุตรดิตถ์ใช้คำว่าจังหวัดอุตรดิตถ์องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : จาก”เมืองพิไชย” สู่ “เมืองอุตรดิฐ”

จังหวัดอุตรดิตถ์หรือเมืองอุตรดิตถ์นั้นเดิมมีชื่อว่า “เมืองพิชัย” หรือ “เมืองพิไชย” ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงชื่อในภายหลัง เอกสารชุดกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 6 กระทรวงมหาดไทย ได้ปรากฏหนังสือฉบับหนึ่ง ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2458 ลงนามโดยพระยามหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิรยศิริ) ผู้รั้งตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น กราบทูลพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี ราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายร่างประกาศเปลี่ยนชื่อ “เมืองพิไชย” เป็น “เมืองอุตรดิฐ” (สะกดตามต้นฉบับ)เนื้อหาของร่างประกาศที่แนบมาพร้อมกับหนังสือฉบับนี้ เป็นการอธิบายถึงสาเหตุที่จำเป็นต้องเปลี่ยนนามเมือง โดยระบุว่า เดิมทีนั้นเมืองพิไชย (เทียบได้กับจังหวัดในปัจจุบัน) ตั้งศาลากลางเมืองอยู่เมืองพิไชยเก่า ต่อมาที่เมืองอุตรดิฐมีความเจริญมากขึ้น เนื่องจากเป็นเมืองท่ารับส่งสินค้าจากมณฑลพายัพและหัวเมืองในลุ่มแม่น้ำโขง ราษฎรจึงย้ายไปตั้งบ้านเรือนและทำการค้าขายที่อำเภอเมืองอุตรดิฐเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นในปี พ.ศ. 2442 จึงย้ายศาลากลางเมืองพิไชยไปตั้งที่เมืองอุตรดิฐ โดยยังคงชื่อเมืองพิไชยอยู่ ส่วนที่เมืองพิไชยเก่านั้นกลายเป็น “อำเภอพิไชยเก่า” แต่ด้วยความที่คำว่า “พิไชย” นั้นเป็นทั้งชื่อเมืองและชื่ออำเภอ ย่อมอาจทำให้ราษฎรรวมถึงทางราชการเองเกิดความสับสนในการเรียกชื่อได้ ฉะนั้นจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองพิไชย เรียกว่าเมืองอุตรดิฐ ส่วนอำเภอพิไชยเก่านั้น โปรดเกล้าฯ ให้เรียกว่า “อำเภอเมืองพิไชย” อนึ่ง ในร่างประกาศฉบับนี้ระบุว่าเดือนและปีที่ประกาศคือ เดือนสิงหาคม 2458 แต่มิได้ลงวันที่ประกาศ และลายมือชื่อผู้รั้งเสนาบดีไว้ ซึ่งจากการค้นคว้าเพิ่มเติมของผู้เขียน พบว่าประกาศฉบับนี้ได้รับการตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 32 โดยระบุวันที่ประกาศคือ 16 สิงหาคม 2458 และลงนามโดยพระยามหาอำมาตยาธิบดี จึงถือได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของชื่อ “อุตรดิฐ” (อุตรดิตถ์) ในฐานะของเมืองหรือจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้

ในโอกาสที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เปลี่ยนนามเมืองหรือชื่อจังหวัดอุตรดิตถ์ มาครบ 111 ปี (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศาลากลางเมืองพิไชยไปตั้งบังคับบัญชาราชการที่เมืองอุตรดิฐ ตั้งแต่พุทธศักราช 2442 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2458 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่า “เมือง” เป็น “จังหวัด” ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28พฤษภาคม 2459จึงถือเป็นจังหวัดอุตรดิฐ (อุตรดิตถ์ปัจจุบัน) ในวันนี้จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยส่วนต่างๆจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวาระครบ 111 ปี จังหวัดอุตรดิตถ์และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจความเป็นสิริมงคลของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้งสืบสาน พัฒนา ต่อยอด มรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ รวมทั้งประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุตรดิตถ์โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 21- 23 สิงหาคม 2569 โดยมีกิจกรรมเช่น พิธีบวงสรวงและพิธีทางศาสนา: พิธีบวงสรวงพระเสื้อเมือง ทรงเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง /ทำบุญเมือง / และการแสดงรำเฉลิมฉลองครบ 111 ปี มีนางรำจำนวน 1500 คน มาร่วมรำเฉลิมฉลอง /การแสดงคีตะมวยไทย การแสดงดนตรีมังคละ /การจำหน่ายสินค้า: การสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สินค้า OTOP และกิจกรรมอื่นๆ

ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ ข่าวอุตรดิตถ์ 0612928668

You May Also Like