วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดดินโคลนถล่มทับกระท่อมในพื้นที่การเกษตร จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ในโอกาสนี้ นายอำเภอแม่สะเรียงได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมทั้งให้กำลังใจในการก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ทั้งนี้ ทางอำเภอแม่สะเรียงจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านค่าจัดการศพตามระเบียบของทางราชการ พร้อมกันนี้ ได้มอบเงินช่วยเหลือ เครื่องอุปโภคบริโภคจากกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง และผ้าห่มกันหนาวจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ประสบภัยต่อไป
วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุมราชธรรมพิทักษ์ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้แทน และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้องประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ เพื่อติดตามสรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัย และการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ ประกอบด้วย จังหวัดน่าน จังหวัดสุโขทัย ประเด็นนำเสนอ สถานการณ์และผลกระทบ การให้ความช่วยเหลือ และการแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะประเทศไทยยังไม่ผ่านพ้นช่วงฤดูอุทกภัย พร้อมทั้งมีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการฟื้นฟู เยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งฟื้นฟู ซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค สิ่งสาธารณะประโยชน์ให้กลับคืนสภาพเดิมโดยเร็ว ตลอดจนให้มีการบูรณาการทุกหน่วยงานในการรวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ ในการแจ้งเตือนประชาชน และการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที โดยเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดมีการประสานงานอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ให้เข้าถึงพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เพื่อเป็นกลไกในการแจ้งเตือนและป้องกันปัญหาอุทกภัย รวมทั้งภัยพิบัติอื่นๆ
สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์และผลกระทบจากอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม (20 – 21 สิงหาคม 2569) ซึ่งภาพรวมความเสียหายได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม จำนวน 5 อำเภอ 21 ตำบล 117 หมู่บ้าน จำนวน 15,634 ครัวเรือน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ตลอดจนสิ่งสาธารณะประโยชน์ได้รับความเสียหาย โยแบ่งเป็นรายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน อำเภอขุนยวม 5 ตำบล 25 หมู่บ้าน อำเภอแม่ลาน้อย 3 ตำบล 13 หมู่บ้าน อำเภอแม่สะเรียง 6 ตำบล 53 หมู่บ้าน และอำเภอสบเมย 5 ตำบล 24 หมู่บ้าน
ด้านการให้ความช่วยเหลือ แบ่งเป็น ด้านการดำรงชีพ เร่งสำรวจบ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบ ช่วยเหลือค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจํา ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และค่าเครื่องนอน เครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม การให้ความช่วยเหลือค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต เงินปลอบขวัญผู้บาดเจ็บ และการแจกจ่ายถุงยังชีพ น้ำดื่ม ด้านสังคมสงเคราะห์ จะมีการส่งเสริมฝึกอาชีพให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข รักษาผู้บาดเจ็บ และการควบคุมป้องกันโรคระบาด ด้านการเกษตร อยู่ระหว่างการสำรวจ และด้านบรรเทาสาธารณภัยได้จัดเตรียมงบประมาณซ่อมแซมสิ่งสาธารณะประโยชน์ (ถนน คอสะพาน เสาไฟฟ้า ระบบประปา)
สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะสั้น เร่งสำรวจ ฟื้นฟู ระบบสาธารณูปโภค สิ่งสาธารณะประโยชน์ ให้กลับคืนมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด และเร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุม กชภอ. เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามระเบียบฯ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ให้ครอบคลุมทุกด้านโดยเร่งด่วน ในระยะยาว สร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันเหตุในอนาคต สร้างความตระหนัก สร้างการรับรู้ ในการปฏิบัติตัวเมื่อได้รับการแจ้งเตือน การอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ (ผังเมืองสีเขียว) ควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดิน ไม่ให้กีดขวางทางน้ำหลากธรรมชาติ การกักและหน่วงน้ำ สร้างพื้นที่รับน้ำ ปรับปรุงระบบอ่างเก็บน้ำ การปรับตัวของชุมชนและโครงสร้างพื้นฐาน ในการยกระดับที่อยู่อาศัย ปรับโครงสร้าง ให้สอดรับกับแนวคิด “การอยู่กับป่าและน้ำ” และสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า พัฒนาเทคโนโลยีเตือนภัยที่แม่นยำและรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนเตรียมอพยพ และเคลื่อนย้ายทรัพย์สินได้ทันท่วงที
วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ จ.แม่ฮ่องสอน
วันที่ 23 สิงหาคม 2569

