กาญจนบุรี : นายก อบต.ไล่โว่ ปลัดอาวุโสอำเภอสังขละบุรี นำทีม เจ้าหน้า อบต.ไล่โว่ กิ่งกาชาดฯ อ.ส. ทีมประชนจิตอาสา เดินทางฝ่าน้ำป่า ส่งมอบสิ่งของความช่วยเหลือคุณยายวัย 70 ปีและหลาน 4 คนที่บ้านถูกเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์ที่เพลิงได้ไหม้บ้านไม่มีเลขที่ ในหมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง หมู่ที่ 3 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางนองดาปี้ ไม่มีนามสกุล(ชาวกะเหรี่ยง) อายุ 69 ปี ที่อาศัยอยู่กับหลานอีก 4 คน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ขณะเกิดเหตุเพื่อนบ้านและผู้นำชุมชน ได้พยายามช่วยกันดับไฟ แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากน้ำประปาในหมู่บ้านไม่ไหล ประกอบกับบ้านสร้างด้วยไม้และมีเชื้อเพลิง เช่นไม้ฟืนที่ใช้สำหรับประกอบอาหาร น้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื้อมาไว้ใช้กับเครื่องยนต์การเกษตร จนเป็นเหตุให้บ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง

ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ นองดาปี้เล่าให้เพื่อนบ้านฟังว่าเกิดประกายไฟปะทุขึ้นมาจากแทบเลตของหลานที่ได้รับแจกมาจากโรงเรียน ซึ่งชาร์ตแบตอยู่ในห้องนอนช่วงแรกที่เห็นตนพยายามดับไฟแต่ไม่สามารถดับได้ จึงได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ จากลูกสาวที่บ้านอยู่ใกล้กัน รวมทั้งเพื่อนบ้าน แต่เนื่องไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากในห้องนอนมีเสื้อผ้า ผ้าห่มและที่นอน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แม้ทุกคนพยายามจะช่วยแต่ความร้อนจากไฟและกระแสลมทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ …เสียงนาย สุเมธ พนาพิทักษ์สกุล (เพื่อนบ้านและเป็นสมาชิก อบต.ไล่โว่)

หลังเกิดเหตุผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ช่วยกันนำสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง โดยขณะนี้ยายนองดาปี้และหลานๆทั้ง4 คนได้พักอาศัยอยู่กับลูกสาวที่บ้านอยู่ๆกัน และจะมีการช่วยเหลือในการสร้างบ้านหลังใหม่ให้หลังจากผ่านฤดูฝน เนื่องจากปัญหาในการขนส่งวัสดุก่อสร้างที่ไม่สามารถทำได้ในขณะนี้

นายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายก อบต ไล่โว่ พร้อมด้วย นายจอมไตร ตันติเสวี ปลัดอาวุโสอำเภอสังขละบุรี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ นำโดย นายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายก อบต.ไล่โว่ นำเจ้าหน้าที่ อบต อส กองร้อยอำเภอสังขละบุรี ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ประชาชนจิตอาสา และผู้เกี่ยวข้อง เดินทางด้วยรถยนต์ขับเคลื่อน4ล้อ ต่อด้วยการนั่งรถจักรยานยนต์ ลุยโคลน ลุยป่า ลุยน้ำป่าที่ไหลทะลักเข้าท่วมเส้นทาง โดยมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต และชาวบ้านเกาะสะเดิ่งนำรถจักรยานยนต์มารับ-ส่ง คณะเนื่องจากบางช่วงต้องช่วยกันแบกรถจักรยานยนต์ข้ามจุดที่น้ำท่วม เข้าสู่บ้านเกาะสะเดิ่ง โดยใช้เวลาออกเดินทางนานกว่า 3 ชม. เพื่อมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ของกิ่งกาชาดฯของ อบต.ไล่โว่ และเงินที่ผู้สนับสนุนผ่านกลุ่มจิตอาสาสังขละบุรีจำนวน 73,700 บาท เสียงนายจอมไตร ตันติเสวี ปลัดอาวุโสอำเภอสังขละบุรี

การเดินทางสู่บ้านเกาะสะเดิ่งในช่วงฤดูฝนไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากหลายช่วงของเส้นทางมีลำห้วยและทางน้ำไหลผ่าน เมื่อมีฝนตกทำให้ระดับน้ำสูงและไหลเข้าท่วมถนนบางช่วงระดับน้ำสูงกว่า1เมตร ประกอบกับถนนบางช่วงเป็นหลุมลึกจากการกัดเซาะของน้ำ ชาวบ้านต้องเดินเท้าหรือใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางเข้า-ออก หมู่บ้าน เวลาเจ็บป่วยต้องใช้วิธีแบกหามกันออกมาส่งโรงพยาบาล
ในการเดินทางแต่ละครั้งต้องมีเพื่อร่วมเดินทางทางอย่างน้อย3-4 คน เนื่องจากต้องช่วยกันหามรถจักรยานยต์ข้ามน้ำ(ในจุดที่น้ำป่าไหลท่วมเส้นทาง) ซึ่งในช่วงนี้ถ้าไม่มีความจำเป็นแทบไม่มีใครอยากเดินทางออกไปนอกหมู่บ้าน เป็นความเดือดร้อนที่ชาวบ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องประสบในการเดินทางเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ให้บริการ การช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งครู หมอ และ อบต. จึงมีโครงการสำรวจเส้นทางเพื่อพัฒนาให้สามารถเดินทางเข้าออกได้ทั้งปี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวบ้าน และเพื่อสร้างความสะดวก ปลอดภัย ให้เจ้าหน้าที่ในการเดินทางเข้ามาบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ขของชาวบ้านเกาะสะเดิ่งในอนาคต

หมู๋บ้านเกาะสะเดิ่ง เป็นพื้นที่ประกาศเฝ้าระวังเหตุน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ของจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่กลางหุบเขา มีแม่น้ำโรคีไหลผ่าน เป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์จึงมีฝนตกชุกในช่วงฤดูฝน และเคยประสบเหตุน้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ.2561 เมื่อเกิดเหตุจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากการเข้าไปช่วยเหลือยากลำบากไม่สามารถเดินทางเข้าไปช่วยเหลือด้วยรถยนต์ ต้องใช้วิธีการเดินเท้าและแบกสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปช่วยเหลือเท่านั้น
///////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like