ตำรวจไล่กวด 2 หนุ่มโคราช ขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ผ่านชายแดนแม่สาย-เชียงแสน สารภาพรับจ้างขน 130,000

วันที่ 3 ก.ย.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5,กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมกับ สภ.เชียงแสน สภ.เกาะช้าง และ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดจะขนยาบ้าจำนวนมากผ่านถนนเลียบชายแดนสาย อ.แม่สาย ไปทาง อ.เชียงแสน เพื่อเลี่ยงด่านตรวจบนถนนพหลโยธิน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน MPV 5 ประตู ป้ายทะเบียน จ.เชียงใหม่ ขับไปตามถนนสายดังกล่าวผ่านหมู่บ้านสันถนนมุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านด้าย หมู่ 11 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ตรงกับที่ได้รับแจ้งจึงได้นำกำลังเข้าไปติดตามและให้สัญญานหยุดตรวจ

อย่างไรก็ตามคนขับรถยนต์คันดังกล่าวกลับไม่ยอมหยุดและเร่งเครื่องหลบหนีไปทางหมู่บ้านจอมกิตติ หมู่ 6 ต.เวียง อ.เชียงแสน เจ้าหน้าที่จึงนำรถออกไลติดตามไปจนจนรถคันดังกล่าวขับไปถึงบริเวณสวนสาธารณะของเขตหมู่บ้านดังกล่าวจึงได้จอดรถและคนขับได้เปิดประตูวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังกันออกไล่ติดตามและอีกส่วนเข้าตรวจสอบภายในรถพบบรรทุกกระสอบฟางสีรุ้งมาด้วยจำนวน 14 ใบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ใบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดจำนวนประมาณ 2,800,000 เม็ด

ขณะที่ชุดติดตามจับกุมได้เข้าจับกุมชายที่หลบหนีขณะวิ่งไปได้ไม่ไกลนัก โดยทราบชื่อต่อมาว่านายอนุชา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว ต.สำนักตะคร้อ อ.เทพรักษ์ จ.นครราชสีมา สอบถามทราบว่ายังมีคนขับรถยนต์นำอีก 1 คนคาดว่าน่าจะเข้าเขต อ.แม่จัน จ.เชียงราย ไปแล้วเจ้าหน้าที่จึงขยายผลไปสกัดเอาไว้ได้ตรวจสอบคนขับชื่อว่านายถาวร (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาว ต.โนนเมือง อ.ขามสะแกแสง จ.นคราชสีมา

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงประสานเจ้าหน้าที่ท้องที่และฝ่ายปกครองควบคุมตัวทั้ง 2 คน ไปตรวจดูของกลางยาเสพติดทั้งหมด

ในเบื้องต้นนายอนุชา ให้การว่า ได้ไปเช่ารถเพื่อนำมาขนยาบ้าเพราะมีคนว่าจ้่างให้ขนมาจาก อ.แม่สาย เป็นเงินจำนวน 130,000 บาท โดยยังไม่ได้รับเงินโดยคนจ้างให้ขับรถไปเรื่อยๆ แล้วจะแจ้งพิกัดส่งมอบของให้ทราบภายหลังแต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับสกัดจับกุมได้เสียก่อนดังกล่าว เช่นเดียวกับนายถาวร ที่ให้การว่าถูกว่าจ้างมามูลค่าเท่ากันแต่ยังไมได้รับค่าจ้างเช่นกัน.

** อังคณา เชียงราย

You May Also Like