กมธ.ศาสนาฯ ลงพื้นที่ “วัดภูมินทร์” หลังน่านเผชิญน้ำท่วมซ้ำ ห่วงความชื้น–รอยร้าว–การทรุดตัว ชี้การบูรณะยังขาดงบประมาณ เร่งรวบรวมข้อมูลผลักดันแนวทางอนุรักษ์และงบประมาณเข้าสู่สภาฯ


น่าน – คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ลงพื้นที่วัดภูมินทร์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และสำรวจผลกระทบภายหลังจังหวัดน่านประสบอุทกภัยในช่วงวันที่ 18–21 สิงหาคม 2569 พร้อมรับฟังปัญหาจากพระครูสิรินันทวิทย์ รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน รักษาการเจ้าอาวาสวัดภูมินทร์ โดยประเด็นสำคัญที่ได้รับทราบคือ ความจำเป็นในการบูรณะและอนุรักษ์วัดภูมินทร์ที่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ขณะที่พื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังปัญหารอยร้าว การทรุดตัว และผลกระทบจากความชื้นและน้ำท่วมซ้ำ
คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นำโดย นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย นายประดิธ สังขจาย รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 1 และ นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2 พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ ลงพื้นที่วัดภูมินทร์ เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่ รับฟังข้อมูลจากพระสงฆ์ หน่วยงานราชการ และผู้เกี่ยวข้องด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน
การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 น้ำจากแม่น้ำน่านไหลเข้าท่วมบริเวณวัดภูมินทร์ ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำ รวมถึงพื้นที่โดยรอบวัดภูมินทร์ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน
วัดภูมินทร์เผชิญทั้งผลกระทบจากแผ่นดินไหวและน้ำท่วม ห่วงความชื้นสะสมกระทบฐานรากระยะยาว
พระครูสิรินันทวิทย์ รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน รักษาการเจ้าอาวาสวัดภูมินทร์ ให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่า วัดภูมินทร์ต้องเผชิญกับปัจจัยกระทบหลายด้าน ทั้งจากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา และสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้น้ำจากเหตุการณ์ล่าสุดจะยังไม่ได้ไหลเข้าไปภายในพระอุโบสถโดยตรง แต่พื้นที่โดยรอบมีน้ำขังและความชื้นสะสม
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณฐานรากและพื้นที่โดยรอบพระอุโบสถ ซึ่งมีประเด็นเรื่องรอยร้าวและการทรุดตัวที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ได้รับน้ำและความชื้นซ้ำ อาจจำเป็นต้องมีการตรวจสอบทางวิศวกรรมและการอนุรักษ์อย่างละเอียด เพื่อประเมินผลกระทบสะสมต่อโครงสร้างและองค์ประกอบทางศิลปกรรมในระยะยาว
ก่อนหน้านี้มีการสำรวจพบรอยแตกร้าวหลายจุด รวมถึงลักษณะการทรุดตัวบริเวณด้านทิศตะวันออกของพระอุโบสถ ทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของฐานรากและผลกระทบจากความชื้นสะสม
อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรได้เข้าตรวจสอบภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วม และระบุว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโบราณสถานและจิตรกรรมภายในพระอุโบสถโดยตรง ขณะที่รอยร้าวที่ตรวจพบเป็นรอยเดิมบริเวณชั้นผิวและจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ากระทบต่อโครงสร้างภายใน
แต่ประเด็นที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การทรุดตัวของพื้นที่บางจุด โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้ภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน” ซึ่งมีลักษณะการทรุดตัวที่สามารถสังเกตเห็นได้ จึงควรมีการติดตามและประเมินการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบต่อไป
“ขาดงบประมาณบูรณะ” ปัญหาสำคัญที่ต้องเร่งแก้ ก่อนความเสียหายลุกลาม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบจากพื้นที่ คือ ข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับการบูรณะ ซ่อมแซม และอนุรักษ์วัดภูมินทร์ ซึ่งเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปกรรม
การบูรณะโบราณสถานไม่สามารถดำเนินการในลักษณะการซ่อมแซมทั่วไปได้ แต่จำเป็นต้องใช้กระบวนการอนุรักษ์ที่เหมาะสมกับวัสดุ โครงสร้าง และคุณค่าทางศิลปกรรมของโบราณสถาน โดยต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งด้านโบราณคดี สถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง
ดังนั้น ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณจึงเป็นข้อจำกัดสำคัญ เพราะหากไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบ บำรุงรักษา และบูรณะในจุดที่มีความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง ความเสียหายเล็กน้อยอาจพัฒนาเป็นความเสียหายที่ซับซ้อนและใช้งบประมาณในการแก้ไขสูงขึ้นในอนาคต
คณะกรรมาธิการฯ จึงให้ความสำคัญกับการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ สภาพโบราณสถาน จุดที่เกิดรอยร้าว การทรุดตัว ปัญหาความชื้น ผลกระทบจากน้ำท่วม ตลอดจนรายการงานบูรณะที่จำเป็นและกรอบงบประมาณ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณได้อย่างเป็นระบบ
ประธาน กมธ.ศาสนาฯ ชี้ “วัดภูมินทร์” ไม่ใช่เพียงศาสนสถาน แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ
นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายและตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะผลกระทบจากอุทกภัยและปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อวัดและโบราณสถาน
วัดภูมินทร์ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถานของชาวน่าน แต่เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวัฒนธรรม เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ โดยเฉพาะพระอุโบสถและจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นเอกลักษณ์
ดังนั้น การดูแลรักษาจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามหลักวิชาการ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ จะช่วยให้ได้รับข้อมูลจากทั้งพระสงฆ์ หน่วยงานด้านโบราณสถาน หน่วยงานด้านวัฒนธรรม และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาแนวทางแก้ไขในระยะสั้นและระยะยาว
“นายประสิทธิ์” เร่งประเมินรอยร้าว–ฐานราก–ความชื้น ชี้ไม่ควรรอให้เสียหายหนักแล้วจึงแก้
นายประสิทธิ์ โนทะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขต 2 และรองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการรวบรวมข้อมูลและประเมินสภาพวัดภูมินทร์อย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องรอยร้าว การทรุดตัวของพื้นที่และฐานราก ความชื้น ผลกระทบจากน้ำท่วม และสภาพขององค์ประกอบทางศิลปกรรม
การดำเนินการควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ โดยเฉพาะการอนุรักษ์โบราณสถานที่ต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและระมัดระวัง ไม่ควรรอให้ความเสียหายรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหรือจิตรกรรมฝาผนังแล้วจึงเข้าไปแก้ไข
ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านงบประมาณถือเป็นเรื่องที่ต้องเร่งผลักดัน เนื่องจากการบูรณะโบราณสถานจำเป็นต้องใช้งบประมาณสำหรับการสำรวจ ออกแบบ อนุรักษ์ ซ่อมแซม และติดตามผลในระยะยาว จึงควรมีการจัดลำดับความสำคัญของงานและจัดทำแผนการบูรณะให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประสานกรมศิลปากร–จังหวัดน่าน เดินหน้าหาแนวทางอนุรักษ์และงบประมาณ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีกรมศิลปากร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถาน ศาสนสถาน ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
คณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อมูลจากการตรวจสอบพื้นที่ รวมถึงข้อเสนอและปัญหาที่ได้รับจากวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มารวบรวมเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยจะประสานหารือกับ จังหวัดน่าน กรมศิลปากร หน่วยงานด้านศาสนาและวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อพิจารณาแนวทางสนับสนุนการบูรณะและอนุรักษ์วัดภูมินทร์
พร้อมกันนี้ จะนำประเด็นที่มีความจำเป็นเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการและสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอน เพื่อผลักดันให้เกิดแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการตรวจสอบและเฝ้าระวัง การซ่อมแซมและบูรณะ การป้องกันผลกระทบจากน้ำและความชื้น รวมถึงการจัดหางบประมาณให้เพียงพอต่อการอนุรักษ์โบราณสถาน
เร่งวางแผน “ป้องกันก่อนเสียหาย” รักษาวัดภูมินทร์ให้คงอยู่คู่เมืองน่าน
คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ย้ำว่า การดูแลวัดภูมินทร์จำเป็นต้องมองในระยะยาว ไม่ใช่เฉพาะการแก้ไขหลังเกิดน้ำท่วมหรือพบความเสียหายแล้วเท่านั้น แต่ควรมี แผนอนุรักษ์และบูรณะระยะยาว ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้าง ฐานราก ระบบระบายน้ำ การควบคุมความชื้น การติดตามรอยร้าวและการทรุดตัว ตลอดจนการดูแลจิตรกรรมและองค์ประกอบทางศิลปกรรมภายในพระอุโบสถ
การจัดสรรงบประมาณจึงควรสอดคล้องกับความจำเป็นและความเร่งด่วนของงาน เพื่อให้สามารถดำเนินการเชิงป้องกันได้ก่อนที่ปัญหาจะขยายตัวและก่อให้เกิดความเสียหายต่อมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ไม่สามารถประเมินคุณค่าได้
“วัดภูมินทร์” คือมรดกสำคัญของเมืองน่านและของประเทศ การดูแลรักษาจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อให้โบราณสถาน จิตรกรรม และคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมสามารถคงอยู่เป็นมรดกให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน

@@@@@@@@@@

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like