‘ราเชน’ ชี้ 20 ปี งบดับไฟใต้ทะลุ 5 แสนล้าน จี้รัฐเปลี่ยน KPI ดัน 3 จชต. หลุดพ้นความยากจน

นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ปรับมุมมองจากมิติ "ความมั่นคงทางทหาร" มาสู่ "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากพบข้อมูลสถิติที่สะท้อนว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่ยังคงไม่หลุดพ้นจากกับดักความยากจน
นายราเชน เปิดเผยข้อมูลสถิติความยากจนในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขความยากจนคือภาพสะท้อนปัญหาที่สะสมมายาวนาน โดยในปี 2547 จ.ปัตตานี มีสัดส่วนประชากรยากจนประมาณร้อยละ 20.5 แต่เมื่อผ่านมาสองทศวรรษ ในปี 2567 สัดส่วนดังกล่าวกลับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 25.4
นอกจากนี้ ในปี 2567 พื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังคงติดอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดท่ามกลางการเดินหน้าของประเทศ ประชาชนจำนวนมากในชายแดนใต้จึงยังก้าวออกจากความยากจนได้ยาก
รองประธาน กมธ.การทหาร ระบุต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทุกยุคไม่ได้ทอดทิ้งพื้นที่ มีการจัดสรรงบประมาณทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา การศึกษา และการเยียวยา โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมแล้วสูงกว่า 5 แสนล้านบาท
"ผมไม่ได้หยิบตัวเลขนี้ขึ้นมาเพื่อถามว่าเงินหายไปไหน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ เงินที่เราใช้ไป เปลี่ยนชีวิตประชาชนได้มากเพียงใด ความสำเร็จไม่ควรวัดเพียงว่าเราทำกี่โครงการ อบรมประชาชนกี่คน หรือเบิกจ่ายงบได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ควรเปลี่ยนจาก KPI ของโครงการ สู่ KPI ของชีวิตประชาชน เช่น ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไร ครัวเรือนยากจนลดลงหรือไม่ และเกิดการจ้างงานที่มั่นคงกี่ตำแหน่ง" นายราเชน ระบุ
นายราเชน ยังกล่าวถึงข้ออ้างที่ว่าความยากจนเกิดจากความไม่สงบในพื้นที่ โดยยอมรับว่าความไม่สงบกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนจริง แต่รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เป็นสาเหตุที่ทำให้การพัฒนาต้องหยุดชะงัก หรือต้องรอให้สงบก่อนจึงจะพัฒนาเศรษฐกิจได้ แต่ควรเดินหน้า "สร้างสันติสุขไปพร้อมกับสร้างเศรษฐกิจ"
ทั้งนี้ นายราเชน ได้เตรียมเสนอแนวทาง 3 ข้อ ไปยังรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ ประกอบด้วย กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ต้องตั้งเป้าให้จังหวัดชายแดนใต้หลุดพ้นจากกลุ่มจังหวัดที่มีความยากจนสูงที่สุดของประเทศ และบูรณาการให้ทุกหน่วยงานใช้เป้าหมายนี้ร่วมกัน
เปลี่ยน 'การสร้างอาชีพ' เป็น 'การสร้างรายได้' การอบรมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ รัฐต้องจัดหาตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และช่องทางการขาย โดยดึงศักยภาพพื้นที่ เช่น อาหารฮาลาล การเกษตร ประมง การค้าชายแดน โลจิสติกส์ และความเชื่อมโยงกับมาเลเซีย มาแปลงเป็นรายได้จริงให้ประชาชน
สร้างอนาคตให้คนรุ่นใหม่ในบ้านเกิด ต้องสร้างระบบที่ทำให้เยาวชนเรียนจบแล้วมีงานทำ มีรายได้ เพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าที่อื่น
นายราเชน ย้ำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง "ความมั่นคง" กับ "การพัฒนา" เพราะประชาชนชายแดนใต้สมควรได้รับทั้งสองอย่างควบคู่กัน
"ความสงบ ไม่ได้หมายถึงเพียงไม่มีเสียงปืน แต่ความสงบคือ การเปิดร้านแล้วมีลูกค้า ทำสวนแล้วขายผลผลิตได้ราคา ลูกเรียนจบแล้วมีงานทำ ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวกล้าเข้ามา และประชาชนกลับบ้านหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัย" นายราเชน กล่าว


			

You May Also Like