ชาวบ้านน้ำตาซึม ! หลังศาลปกครอง “สั่งคุ้มครองชั่วคราว” ห้ามโรงงานชีวมวลผลิตฯ หลังสร้างผลกระทบชาวบ้านต้นม่วง ทนดมฝุ่น-กลิ่นเหม็นกว่า 2 ปี พบป่วยทางเดินหายใจกว่า 30 ราย

เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 19 กันยายน 2569 ที่บ้านเลขที่ 1/1 หมู่ 1 บ้านต้นม่วง ต.ปงป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่ นายเดชณรงค์ สุขเถื่อน แกนนำกลุ่ม “ฮักสุขภาพบ้านต้นม่วง” พร้อมชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบกว่า 20 คน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามลภาวะจากโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชุมชนเพียง 100 เมตรเท่านั้น

ในที่ประชุมระบุว่า ตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ชุมชนต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ทั้งฝุ่นละอองและกลิ่นเหม็นอย่างต่อเนื่อง จนมีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจแล้วกว่า 30 คน แม้ชาวบ้านจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ซึ่ง นางนงลักษณ์ ปลาเงิน ตัวแทนชาวบ้านผู้ยื่นฟ้องศาลปกครอง ได้รายงานความคืบหน้าของคดีต่อที่ประชุมว่า ศาลปกครองได้มีคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ตามคดีหมายเลขดำที่ 121/2569 ลงวันที่ 15 กันยายน 2569 ระหว่าง นางนงลักษณ์ ปลาเงิน ผู้ฟ้องคดี กับ บริษัท กรีนเทอร์มินัล จำกัด ผู้ร้องสอด และ นายกเทศมนตรีตำบลปงป่าหวาย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 5 ราย ในคดีพิพาทกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

โดยศาลยังมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนี้ 1. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกคำสั่งตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้ผู้ร้องสอดหยุดกระบวนการผลิต ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึง 06.00 น. หรือตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงพระอาทิตย์ขึ้น ยกเว้นกระบวนการเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพ การบรรจุผลิตภัณฑ์ การซ่อมบำรุง และงานธุรการของโรงงาน 2. ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกคำสั่งตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ให้โรงงานดำเนินการตรวจวัดปริมาณสารเจือปนในอากาศ หรือค่าคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่องระบบบำบัดอากาศของผู้ร้องสอด เป็นประจำทุกเดือนในวันที่มีการผลิตสูงสุด โดยจัดทำเป็นเอกสารรายงานผลการตรวจวัด และส่งเอกสารหลักฐานที่แสดงกำลังการผลิตสูงสุดในแต่ละวัน ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทุกสิ้นเดือน และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 รวบรวมส่งศาลทุกเดือน หากผลตรวจวัดเกินค่ามาตรฐาน ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้ร้องสอดต่อไป และแจ้งผลให้ศาลทราบ ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับมลภาวะรู้สึกมีความหวังที่จะได้อากาศสะอาดกลับคืนมา โดยผู้ป่วยบางรายที่เข้าร่วมประชุมถึงกับน้ำตาซึมด้วยความดีใจ ขณะเดียวกันที่ประชุมได้รวบรวมเอกสารบันทึกเหตุการณ์มลภาวะที่เกิดขึ้นรายบุคคล ซึ่งมีการจดบันทึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการพิจารณาคดีต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

You May Also Like