
นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระชื่อดัง เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ในฐานะพยาน กรณีการตรวจสอบการดำเนินงานของ มูลนิธิหวันโชติ ซึ่งมีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์เป็นผู้เกี่ยวข้อง
ป๋อง สุพรรณ เปิดเผยว่า ได้นำข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมูลนิธิมามอบให้พนักงานสอบสวน พร้อมยืนยันว่า แม้จะมีชื่อเป็นกรรมการมูลนิธิ แต่ไม่มีอำนาจสั่งจ่ายหรือเบิกถอนเงิน โดยอำนาจดังกล่าวเป็นของอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการผู้ได้รับมอบหมาย
เขาระบุว่า เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยความศรัทธา และเชื่อว่ามูลนิธิมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือสังคม เช่น จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แทบไม่มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อรับทราบรายละเอียดการดำเนินงาน
ในประเด็นการใช้เงินของมูลนิธิ ป๋องกล่าวว่า จากข้อมูลที่ทราบ เงินจะถูกโอนไปยังบริษัทหรือผู้รับโดยตรงเพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ และตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเบิกจ่าย
ส่วนกรณี ทองคำประมาณ 9 กิโลกรัม ที่ถูกตั้งข้อสงสัยนั้น เขาชี้แจงว่า ทองดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้หุ้มองค์พ่อจตุคามรามเทพภายในวัด โดยช่างเป็นผู้ประเมินว่าต้องใช้ทองประมาณ 9 กิโลกรัม และตนร่วมถวายทอง 1 กิโลกรัมด้วยความศรัทธา อีกทั้งระบุว่าทองบางส่วนยังอยู่กับช่าง ซึ่งได้ติดต่อขอส่งคืนเพื่อนำไปดำเนินการหรือส่งมอบให้วัดต่อไป
สำหรับประเด็น เหรียญเหนือดวง ป๋องยืนยันว่า ไม่มีส่วนร่วมในการจัดสร้าง เนื่องจากเหรียญรุ่นดังกล่าวสร้างขึ้นเมื่อปี 2549 ขณะที่ตนเพิ่งเข้าวัดในปี 2552 และบวชที่วัดในปี 2559 จึงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า เคยช่วยประชาสัมพันธ์และชักชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญกับวัดในโครงการวัตถุมงคลรุ่นอื่น ๆ โดยมีเจตนาเพื่อหารายได้บูรณะวัด พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยนำเงินวัดมาใช้หรือรับผลประโยชน์จากวัด และหากจองวัตถุมงคลก็ชำระเงินในราคาเดียวกับผู้ร่วมทำบุญทั่วไป
ป๋อง สุพรรณ กล่าวด้วยความเสียใจว่า ตนและครอบครัวศรัทธาอดีตเจ้าอาวาสมานาน และเคยชักชวนลูกศิษย์รวมถึงนักมวยไปกราบไหว้และทำบุญที่วัด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ต้องแยกความศรัทธาออกจากข้อเท็จจริง พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน หากผู้ใดกระทำผิดก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เขายังฝากถึงผู้ที่จะเข้ามาดูแลวัดในอนาคต ขอให้รักษาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน และกล่าวขอโทษลูกศิษย์ทุกคนที่เคยชักชวนให้มาทำบุญ โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาทำไปด้วยความศรัทธา ไม่ได้มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์
ภายหลังการให้ปากคำ ป๋องระบุว่า พนักงานสอบสวนได้รับข้อมูลและเอกสารทั้งหมดไว้พิจารณา และเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามพยานหลักฐานต่อไป.

