
นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี ลงพื้นที่ติดตามการระบายน้ำที่บริเวณสถานีสูบน้ำคลองบางหลวงเชียงราก หลังรับน้ำจากพื้นที่คลองหลวง–สามโคก ขณะที่สถานีมีเครื่องสูบน้ำ 8 เครื่อง แต่ใช้งานได้เพียง 3 เครื่อง เหตุเกรงระบบไฟฟ้าตัด หวั่นหากฝนตกหนักต่อเนื่องกระทบชุมชนพื้นที่ด้านใน
เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายธวัชชัย อึ๊งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี ลงพื้นที่พร้อมผู้สื่อข่าว เพื่อติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ บริเวณอาคารควบคุมสถานีสูบน้ำคลองบางหลวงเชียงราก โครงการกรมชลประทานปทุมธานี ตำบลบางกะดี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการสูบระบายน้ำจากคลองบางหลวงเชียงราก ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเร่งลดระดับน้ำและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ด้านในโดยรอบ
โดยสถานีสูบน้ำดังกล่าวมีบทบาทในการระบายน้ำจากพื้นที่ 7 ตำบล ได้แก่ ตำบลเชียงรากใหญ่ ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก ตำบลบางพูด ตำบลสวนพริกไทย ตำบลบางพูน ตำบลบ้านกลาง และตำบลบางกะดี อำเภอเมือง รวมถึงรองรับน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่อำเภอคลองหลวงและอำเภอสามโคก ซึ่งต่างเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาตลอดทุกวันและน้ำที่ท่วมขังออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
จากการตรวจสอบพบว่า สถานีสูบน้ำแห่งนี้มีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 8 เครื่องและเสีย 2 เครื่องมาเป็นเวลา 3-4 ปีแล้ว แต่อีก 6 เครื่องนั้น สามารถเปิดใช้งานได้เพียง 3 เครื่อง เนื่องจากหากเดินเครื่องสูบน้ำมากกว่านี้อาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าตัด ทำให้การระบายน้ำทำได้อย่างจำกัด ท่ามกลางปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกต่อเนื่อง สร้างความกังวลแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานีและอำเภอสามโคก โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ก่อนถึงประตูระบายน้ำดังกล่าว
นายธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเมืองบางกะดี กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ตำบลบางกะดี ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้คลองบางหลวงเชียงรากว่า ปริมาณน้ำเริ่มเอ่อและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและติดตามการระบายน้ำ โดยทราบว่ามีการระบายน้ำจากพื้นที่คลองหลวงและสามโคกมายังคลองบางหลวงเชียงราก เพื่อผลักดันน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมชลประทานและผู้รับผิดชอบที่คอยเฝ้าดูแลสถานีสูบน้ำ ทราบว่าเครื่องสูบน้ำสามารถเปิดเดินเครื่องได้เพียง 3 เครื่อง หากเพิ่มจำนวนเครื่องมากกว่านี้จะทำให้ระบบไฟฟ้าตัดหรือฟิวส์ขาด จึงจำเป็นต้องจำกัดจำนวนเครื่องสูบน้ำที่ใช้งานในขณะนี้
นายธวัชชัยฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำและระบบไฟฟ้าของสถานีสูบน้ำให้มีความพร้อมมากกว่านี้ ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน เนื่องจากหากเกิดฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สามารถใช้เครื่องสูบน้ำได้เพียง 3 เครื่อง อาจทำให้การระบายน้ำไม่ทันต่อสถานการณ์และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ก่อนถึงประตูระบายน้ำได้ จึงอยากให้มีการวางแผนและเตรียมระบบรองรับล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ ระดับน้ำ อยู่ที่ประมาณ 1.50 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง เพราะปกติแล้วพื้นที่ด้านในจะมีระดับน้ำอยู่ที่ 1.20 เมตร เท่านั้น ส่วนตามหมู่บ้านต่างๆที่อยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลบางกะดี หลายหมู่บ้านนั้นทางเทศบาลก็ได้นำเครื่องสูบน้ำไปตั้ง ไว้แล้วและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้ง ส่งเจ้าหน้าที่คอยออกตรวจตราตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้ง สท.ทุกคนและผู้นำชุมชนให้คอยเฝ้าดูแลติดตามสถานการณ์ข่าวสาร อย่างใกล้ชิด แล้วพร้อมเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หากได้รับความเดือดร้อน ทันที

