
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา, พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า, พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สนธิกำลังสืบสวนซ้อนแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในคดีวางเพลิงเผาบริษัทเพื่อทำลายพยานหลักฐานการทุจริตมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 02.49 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่บริษัทแห่งหนึ่งในย่านบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร กลุ่มควันพวยพุ่งและเอกสารภายในเสียหาย หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด จนพบพยานหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุหรือไฟฟ้าลัดวงจร แต่เป็นการ “วางเพลิง”
ฝ่ายสืบสวนจึงแกะรอยจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งรวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับ นายเอมเรส ชายชาวตุรกี อายุ 31 ปี ในข้อหา “วางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” และเข้าจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.15 น. ภายในห้องพักคอนโดมิเนียมหรู ย่านลุมพินี
จากการสอบปากคำ ชายชาวตุรกีสารภาพ อยู่เบื้องหลังของ นางสาวชนกนันท์ อายุ 40 ปี หัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทที่เกิดเหตุ โดยจากการสืบสวนพบว่า น.ส.ชนกนันท์ ได้แอบกระทำความผิดทุจริต ยักยอก และปลอมแปลงเอกสารบัญชีการเงินของบริษัทมานาน จนสร้างความเสียหายสะสมรวมเป็นเงินมากกว่า 10 ล้านบาท เมื่อเจ้าของบริษัทเริ่มไหวตัวทันและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทางบัญชีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย น.ส.ชนกนันท์ เกิดความหวาดกลัวความผิด จึง วางแผนลบล้างความผิดด้วยการติดต่อว่าจ้าง นายเอมเรส ซึ่งเป็นอดีตแฟนหนุ่มชาวต่างชาติ ให้มาลงมือจุดไฟวางเพลิงเผาทำลายอาคารสำนักงานและเอกสารสำคัญทางบัญชีทั้งหมดเพื่อตัดตอนหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานยื่นขออนุมัติหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1239/2569 ลงวันที่ 28 กันยายน 2569 ในข้อหา “เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นวางเพลิงเผาทรัพย์โรงเรือน” ก่อนส่งกำลังเข้ารวบตัว น.ส.ชนกนันท์ ได้ในเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันเดียวกัน ในบริเวณหน้าบ้านพักย่านภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย นำส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

