
1 ต.ค.69 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมสืงขร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ ถ่ายทอดจากห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม เพื่อมอบนโยบายการเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ขณะนี้ กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มีผลคุ้มครองแล่วตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,500,000,000 บาท ให้ความคุ้มครอง 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็น กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 15,000,000,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 500,000,000 บาท ครอบคลุม 30 ล้านหลังคาเรือน โดยความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว มีวงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แบ่งเป็นอุทกภัย ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้ง ส่วนวาตภัยและแผ่นดินไหว ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาทต่อครั้ง และกรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาทต่อคน โดยกรมธรรม์มีผลความคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันประชาสัมพันธ์แจ้งสิทธิเหล่านี้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อลดความกังวลว่าเมื่อเหตุภัยพิบัติแล้วจะได้รับการชดเชยเยียวยาด้วยความรวดเร็วตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ซึ่งครอบคลุมทั้ง 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ รวมทั้งให้ทุกจังหวัดพิจารณาจัดกิจกรรมคิกออฟ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประกันภัยพิบัติแห่งชาติด้วย
ทั้งนี้ นางอภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้กำชับให้สำนักงาน คปภ.จังหวัดฯ เร่งสรุปรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้ขัดเจน จากนั้นให้เชิญนายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ตรงกัน ก่อนนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุการณ์สาธารณภัยขึ้นในพื้นที่

