28 ปี ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เปิดแผนใหญ่สู่ฮับการบิน–โลจิสติกส์ภาคเหนือตอนบน รับผู้โดยสารเกือบ 2 ล้านคน ดันคาร์โกเชื่อมจีน–ตะวันออกกลาง

วันที่ 2 ต.ค.2569 ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) อ.เมืองเชียงราย นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย นายนพพร พยัพไพร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ด้านสนับสนุนธุรกิจ และ น.อ.เอกสยาม เสาทองหลาง รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ด้านปฏิบัติการและบำรุงรักษา ร่วมแถลงข่าวเนื่องในโอกาสที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ครบรอบการดำเนินงาน 28 ปี พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพในทุกด้าน เพื่อยกระดับบทบาทจากสนามบินปลายทางด้านการท่องเที่ยว สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและจุดเชื่อมโยงด้านการเดินทาง การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภาคเหนือตอนบน โดยมี นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย นำสื่อมวลชน จ.เชียงราย เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก

โดย นายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กล่าวว่า การพัฒนาในระยะต่อไปมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสุขภาพ ตามยุทธศาสตร์การเป็น “Northen Most Sustainable Regional Airport” พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้โดยสาร ผ่านการบริการด้วยความใส่ใจ ภายใต้แนวคิด “CEI, Where Hospitality is Crafted, Airport is Reimagined” การก้าวเข้าสู่ปีที่ 28 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารงานโดยทีมผู้บริหารชุดใหม่พร้อมสานต่อภารกิจและขับเคลื่อนการพัฒนาท่าอากาศยานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างคุณค่าอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย สามารถเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศในรอบ 12 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงกันยายน 2569 ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีเที่ยวบินรวม 12,850 เที่ยวบิน ลดลงร้อยละ 0.50 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเฉลี่ยประมาณ 34 เที่ยวบินต่อวัน มีผู้โดยสารรวม 1,936,581 คน ลดลงร้อยละ 0.54 ขณะที่ปัจจุบันมีสายการบินให้บริการเส้นทางภายในประเทศ 5 สายการบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย (FD), นกแอร์ (DD), ไทยไลอ้อนแอร์ (SL), การบินไทย (TG) และไทยเวียตเจ็ทแอร์ (VZ)

ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศ มี สายการบิน Scoot ให้บริการเส้นทางสิงคโปร์–เชียงราย โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 และยังคงให้บริการอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงจังหวัดเชียงรายกับสิงคโปร์และตลาดต่างประเทศ

นอกจากนี้ อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ของเส้นทางดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากประมาณร้อยละ 60 เป็นมากกว่าร้อยละ 80 สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดและความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น โดยท่าอากาศยานยังคาดหวังว่าจะมีสายการบินอื่น ๆ สนใจเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศมายังเชียงรายเพิ่มเติมในอนาคต

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญคือ บริษัท เค-ไมล์ แอร์ จำกัด (K-Mile Air) สายการบินขนส่งสินค้าทางอากาศของไทย ได้เลือกท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นฐานปฏิบัติการบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศ มีเส้นทางเชื่อมโยงกับ สนามบินเซินเจิ้น (SZX) มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และสนามบินนานาชาติซายิด (AUH) กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การเข้ามาใช้เชียงรายเป็นฐานปฏิบัติการบินของ K-Mile Air ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ทางอากาศ และอาจนำไปสู่การยกระดับจังหวัดเชียงรายให้มีบทบาทเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์การบินระดับภูมิภาคในอนาคต

ทางด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้ปรับแผนพัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย ในแผนระยะสั้น ปี 2569–2571 จะเร่งปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังปัจจุบันครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และประสบการณ์ของผู้ใช้บริการ โดยครอบคลุมการปรับปรุงโถงทางเข้า–ออก การปรับย้ายเคาน์เตอร์เช็กอินและสายพาน การปรับปรุงห้องน้ำ การเปลี่ยนบันไดเลื่อน รวมถึงระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสารระหว่างประเทศขาเข้า

นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้างแนวรั้วและป้ายทางเข้าท่าอากาศยาน อาคารรับรองบุคคลพิเศษ (VIP) และอาคารสำนักงานท่าอากาศยาน

ขณะที่แผนระยะยาว ปี 2571–2577 ตามโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 มีเป้าหมายรองรับผู้โดยสารได้ถึง 6 ล้านคนต่อปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการออกแบบ

นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ยังให้ความสำคัญกับการบริหารงานเพื่อความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ESG โดยมุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ชุมชน และหลักธรรมาภิบาล

แผนงานสำคัญ ได้แก่ การติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) การส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ การพัฒนาพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยานให้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายสำหรับประชาชน รวมถึงโครงการ “AOT HAPPY Weekend” เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงบูรณาการให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนโดยรอบ

ด้านเทคโนโลยี ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย นำระบบ CUPPS (Common Use Passenger Processing System) มาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสาร สามารถจัดการขั้นตอนการเดินทางด้วยตนเอง (Self-Service) ช่วยลดความหนาแน่นและระยะเวลารอคอยบริเวณจุดเช็กอิน ปัจจุบัน ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีการใช้งานระบบ CUPPS ในระดับสูง ถือเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการบริการผู้โดยสารให้มีความรวดเร็ว ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ

ด้านประสบการณ์ผู้โดยสาร ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้รับการรับรองมาตรฐาน Airport Customer Experience Accreditation ระดับที่ 3 จาก Airports Council International (ACI World) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลด้านการบริหารจัดการประสบการณ์ผู้โดยสาร
พร้อมเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารให้เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้เดินทาง ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย ภายใต้แนวคิด “CEI : Airport of Art” แนวคิดดังกล่าวมุ่งส่งเสริมความร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านศิลปวัฒนธรรมในจังหวัด เพื่อสร้างความน่าสนใจและเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร

ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับการเติบโตของการเดินทางทางอากาศ โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย เทคโนโลยีที่ทันสมัย การบริการด้วยความใส่ใจ และการสะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย จากสนามบินที่มีบทบาทสำคัญด้านการท่องเที่ยว ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กำลังขยับสู่บทบาทใหม่ในฐานะ จุดเชื่อมสำคัญของโครงข่ายการบิน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของภาคเหนือตอนบน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงรายและภูมิภาคให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน.

You May Also Like