น่าน–หลวงพระบาง ลงนาม “เมืองมิตรภาพ” เดินหน้าความร่วมมือรอบด้าน เชื่อมท่องเที่ยว–การค้า–คมนาคม เตรียมต่อยอดน่านสู่เมืองมรดกโลก

จังหวัดน่านจับมือแขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมืองมิตรภาพ (Friendship Cities) กระชับความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น เดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา และสาธารณสุข พร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมและส่งเสริมการพัฒนาน่านสู่เมืองมรดกโลกร่วมกับหลวงพระบาง

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเป็น เมืองมิตรภาพ (Friendship Cities) ระหว่างจังหวัดน่าน ประเทศไทย กับแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี ท่านบุนเหลือ สินไซวอละวง ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง แขวงหลวงพระบาง ร่วมลงนาม ณ แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว เพื่อยกระดับความสัมพันธ์และสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างสองพื้นที่ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

นายชัยนรงค์ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างจังหวัดน่านกับแขวงหลวงพระบาง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิศาสตร์ โดยมุ่งต่อยอดความร่วมมือให้ครอบคลุมหลายมิติ ทั้ง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองพื้นที่

ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ เนื่องจากน่านและหลวงพระบางต่างมีทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่โดดเด่น โดยจังหวัดน่านมีแนวทางที่จะพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง น่าน–ห้วยโก๋น–เมืองเงิน–หงสา–เชียงแมน–หลวงพระบาง ให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวข้ามพรมแดนที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนเข้าด้วยกัน

เดินหน้าความร่วมมือด้านคมนาคม “เชียงแมน–หลวงพระบาง”
อีกประเด็นสำคัญคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดน่านกับแขวงหลวงพระบาง โดยเฉพาะ โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน–หลวงพระบาง ข้ามแม่น้ำโขง ซึ่งจะช่วยเสริมการเชื่อมต่อเส้นทางจากด่านห้วยโก๋น จังหวัดน่าน เข้าสู่พื้นที่แขวงหลวงพระบาง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีไทยมีมติเห็นชอบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่รัฐบาล สปป.ลาว สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน–หลวงพระบาง วงเงินรวม 1,783.6715 ล้านบาท โดยกำหนดกรอบการจัดสรรงบประมาณของไทยในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2571–2574 รวม 4 ปี จำนวน 891.83575 ล้านบาท ผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.)

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งระหว่างไทยกับ สปป.ลาว รวมทั้งสนับสนุนการค้าและการท่องเที่ยวระหว่างจังหวัดน่านกับหลวงพระบาง โดยข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐระบุว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาเดินทางระหว่างน่านกับหลวงพระบางได้ประมาณ 30–45 นาที และคาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดน่านเฉลี่ยประมาณ 80,000 คนต่อปี ในช่วง 5 ปีแรก พร้อมสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 360 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ สะพานเชียงแมน–หลวงพระบางจึงนับเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และเป็นอีกกลไกที่จะช่วยสนับสนุนความร่วมมือระหว่างน่านกับหลวงพระบางในระยะยาว

เปิดทางพัฒนาเส้นทางบินตรงน่าน–หลวงพระบาง
สำหรับการเดินทางทางอากาศ จังหวัดน่านมีแนวคิดที่จะส่งเสริม เส้นทางบินตรงระหว่างน่านกับหลวงพระบาง โดยจะหารือกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสมของเส้นทางในอนาคต

การมีเส้นทางบินตรง หากสามารถดำเนินการได้ จะเป็นอีกทางเลือกในการเดินทางระหว่างสองเมือง ช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว การเดินทางของนักธุรกิจและประชาชน ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงตลาดการค้าและการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเส้นทางบินตรงยังอยู่ในขั้นของการหารือและศึกษาความเป็นไปได้ จึงยังไม่มีการกำหนดตารางเที่ยวบินหรือยืนยันการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในขณะนี้
สานต่อเป้าหมาย “น่านเมืองมรดกโลก” เชื่อมโยงหลวงพระบาง
การลงนามเมืองมิตรภาพครั้งนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของประเทศไทยและจังหวัดน่านในการผลักดัน จังหวัดน่านสู่การเป็นเมืองมรดกโลก โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงกับเมืองหลวงพระบาง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกแล้ว

ที่ผ่านมา จังหวัดน่านได้ขับเคลื่อนแนวคิด “น่านเมืองเก่าที่มีชีวิต” โดยมุ่งอนุรักษ์เมืองเก่าและวัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนและการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ขณะที่จังหวัดได้ดำเนินงานด้านการเตรียมข้อมูลและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเสนอแหล่งมรดกของจังหวัดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของยูเนสโกมาอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดการผลักดันน่านเป็นมรดกโลกคู่กับหลวงพระบางได้รับการผลักดันในระดับนโยบายมาตั้งแต่ปี 2566 โดยมีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและเตรียมความพร้อมในการดำเนินการ

ดังนั้น ความสัมพันธ์เมืองมิตรภาพระหว่างน่านกับหลวงพระบางจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้าน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
จากการลงนามสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ภายหลังการลงนาม ทั้งสองฝ่ายจะหารือรายละเอียดและกำหนดแนวทางดำเนินงานในแต่ละด้านให้ชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ อาทิ การส่งเสริมการค้าและการลงทุน การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วม การแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรม การพัฒนาสาธารณสุข การเชื่อมโยงระบบคมนาคม และการอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน

สำหรับจังหวัดน่าน ความร่วมมือกับแขวงหลวงพระบางยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และการใช้ประโยชน์จากทำเลชายแดนของจังหวัด โดยเฉพาะด่านห้วยโก๋น เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

การลงนามบันทึกข้อตกลงเมืองมิตรภาพในครั้งนี้จึงเป็น จุดเริ่มต้นของการยกระดับความร่วมมือ “น่าน–หลวงพระบาง” จากความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน ไปสู่ความร่วมมือที่มีกรอบการดำเนินงานชัดเจนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรม และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของทั้งสองพื้นที่ในระยะยาว

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like