“หวังได้รับความช่วยเหลือ แต่กลับต้องสะอื้นกลับบ้าน” สว.ภิญญาพัชญ์ จี้รัฐเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย ย้ำ “น้ำท่วมต้องเร่งระบาย ความทุกข์ต้องเร่งเยียวยา”

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมวุฒิสภา สว.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน อภิปรายต่อที่ประชุมวุฒิสภา สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัย โดยเฉพาะอุปสรรคในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและเงินเยียวยาจากภาครัฐ พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานเร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ประสบภัย โดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

สว.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังเผชิญความสูญเสีย บ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย บางครอบครัวขาดรายได้และต้องเร่งฟื้นฟูชีวิต สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือการได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเป็นธรรม แต่ในทางปฏิบัติยังพบอุปสรรคจากขั้นตอน เอกสาร และการใช้ระบบออนไลน์ ซึ่งอาจกลายเป็นกำแพงสำหรับประชาชนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี

โดยยกกรณี คุณลุงวัย 66 ปี ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตลาดกระบัง ซึ่งเดินทางไปขอรับเงินเยียวยา แต่ประสบปัญหาทั้งเรื่องเอกสาร การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และระบบออนไลน์ จนไม่สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น และยังได้รับคำพูดว่า “เล่น LINE ได้ ทำไมไม่เรียนรู้”

“คนที่กำลังเดือดร้อน ไม่ควรถูกตั้งคำถามว่า ‘ทำไมทำไม่เป็น’ แต่ควรได้รับคำถามว่า ‘มีอะไรให้เราช่วยไหม’ เพราะในวันที่ประชาชนสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน รายได้ หรือความมั่นคงในชีวิต สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือมือที่ยื่นเข้ามาช่วย ไม่ใช่คำพูดที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ”

สว.ภิญญาพัชญ์ ย้ำว่า การมีมาตรการช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากประชาชนไม่สามารถเข้าถึงมาตรการนั้นได้ ดังนั้น กระบวนการเยียวยาต้องออกแบบให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของผู้ประสบภัย และต้องมีช่องทางให้ประชาชนที่ไม่สามารถใช้ระบบออนไลน์ดำเนินการได้ สามารถขอรับบริการจากเจ้าหน้าที่หรือช่องทางอื่นได้อย่างสะดวก

เร่งช่วยเหลือประชาชนให้ถึงมือ ไม่ใช่เพียงอยู่ในระบบ
สว.ภิญญาพัชญ์ เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในหลายด้าน ได้แก่
เพิ่มช่องทางการยื่นขอรับความช่วยเหลือ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อรองรับประชาชนทุกกลุ่ม
จัดเจ้าหน้าที่หรือจุดบริการช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนเดินทางลำบาก
ลดขั้นตอนและเอกสารที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิได้รวดเร็วขึ้น
มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี ไม่ควรให้ประชาชนต้องดำเนินการด้วยตนเองทั้งหมด
เร่งตรวจสอบและจ่ายเงินเยียวยา ให้แก่ผู้ที่มีสิทธิอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้
สื่อสารหลักเกณฑ์และขั้นตอนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสนและลดการเดินทางซ้ำหลายครั้ง
ติดตามผู้ประสบภัยที่ยังตกหล่น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
“ประชาชนไม่ได้ต้องการสิทธิพิเศษ แต่ต้องการให้สิทธิที่รัฐกำหนดไว้สามารถเข้าถึงได้จริง และในภาวะวิกฤต เจ้าหน้าที่รัฐควรเป็นผู้ลดอุปสรรค ไม่ใช่เพิ่มอุปสรรคให้กับประชาชน”

“น้ำท่วมต้องเร่งระบาย ความทุกข์ต้องเร่งเยียวยา”
สว.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ปัญหาอุทกภัยไม่ได้จบลงเมื่อน้ำลด เพราะหลังจากนั้นยังมีภาระในการซ่อมแซมบ้านเรือน ฟื้นฟูพื้นที่ทำกิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตของประชาชน ดังนั้น การช่วยเหลือต้องครอบคลุมตั้งแต่ระยะก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังน้ำลด

“น้ำท่วมต้องเร่งระบาย ความทุกข์ต้องเร่งเยียวยา” จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการระบายน้ำ แต่หมายถึงการเร่งลดความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูล การอพยพ การช่วยเหลือฉุกเฉิน การเยียวยาความเสียหาย ไปจนถึงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตหลังภัยพิบัติ

สว.ภิญญาพัชญ์ รับบทโฆษกกรรมาธิการฯ เดินหน้าผลักดันการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ สว.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน ได้รับการแต่งตั้งเป็น โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยจะทำหน้าที่สื่อสารข้อมูล ข้อเสนอ และผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

สว.ภิญญาพัชญ์ ระบุว่า การแก้ไขปัญหาน้ำของประเทศไม่ควรดำเนินการเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤต แต่ต้องวางระบบตั้งแต่ การป้องกัน การเตือนภัย การบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำ การรับมือภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชน เพื่อให้ประเทศสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

“ในบทบาทโฆษกคณะกรรมาธิการฯ จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการสื่อสารข้อมูลและข้อเสนอของคณะกรรมาธิการให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย รวมทั้งสะท้อนเสียงและปัญหาจากประชาชนกลับเข้าสู่กระบวนการศึกษาและพิจารณา เพื่อร่วมผลักดันให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน”

เพราะหัวใจของการบริการประชาชน ไม่ใช่เพียงการมีระบบ แต่คือการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบนั้นได้จริง
และในวันที่ประชาชนกำลังประสบภัย สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
น้ำท่วมต้องเร่งระบาย
ความทุกข์ต้องเร่งเยียวยา
และความช่วยเหลือต้องไปถึงประชาชน

@@@@@@@@@@@@

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like