
วันที่ 8 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่คลองชลประทานที่ 3 ตรงข้ามวัดเกิดการอุด ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม พร้อมด้วย กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมๆ ผู้นำชุมชน และ อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก(อถล.) ร่วมกันนำลูกอีเอ็มบอลโยนลง คลองชลประทานที่ 3 เพื่อป้องกันและบำบัดน้ำเน่าเสียที่เริ่มมีสีดำและส่งกลิ่นเหม็นแล้ว โดยจะมีการดำเนินการโยนลูกอีเอ็มบอลให้ทั่วในตำบลคลองสามที่อยู่ในจุดน้ำที่เริ่มเน่าเสียทั้งหมด พร้อมกับติดตั้งและใช้เครื่องเติมอากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ

ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า หลังจาก อบต.คลองสามดำเนินการสูบน้ำจากคลองสามออกไปยังคลองระพีพัฒน์ และผลักดันต่อไปยังคลองรังสิต พบว่าน้ำในคลองเริ่มมีสีดำและส่งกลิ่นเน่าเสีย โดยคาดว่าส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำที่ไหลออกจากหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้ผ่านการบำบัดก่อนระบายลงคลอง ทั้งนี้ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่การระบายน้ำดังกล่าวอาจส่งผลให้คุณภาพน้ำในคลองเสื่อมลง เบื้องต้น อบต.คลองสามได้เร่งแก้ไขปัญหาด้วยการนำ EM Ball มาใช้ปรับสภาพน้ำ พร้อมติดตั้งและใช้เครื่องเติมอากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ หวังช่วยลดปัญหาน้ำเสียและทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำสามารถดำรงชีวิตได้ โดยเห็นว่าขณะนี้น้ำเพิ่งเริ่มเน่าเสีย หากเร่งดำเนินการก่อนสถานการณ์รุนแรงขึ้น น่าจะสามารถควบคุมและป้องกันปัญหาได้
ส่วนการลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้นตนเองได้สั่งการให้กองสวัสดิการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ทุกหมู่บ้าน เพื่อรวบรวมหลักฐานความเสียหายของประชาชน ทั้งภาพถ่าย ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชน รวมถึงประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางของรัฐบาลโดยตรง ซึ่งหากประชาชนลงทะเบียนผ่านระบบของรัฐบาลและได้รับการอนุมัติแล้ว ควรเร่งดำเนินการจัดสรรเงินช่วยเหลือให้ประชาชนโดยเร็ว ไม่ควรมีขั้นตอนที่ทำให้ต้องกลับมาเตรียมเอกสารหรือดำเนินการซ้ำกับท้องถิ่นหลายครั้ง แม้ในส่วนของ อบต.จะพร้อมรวบรวมและจัดเตรียมหลักฐานเพิ่มเติมให้ทั้งหมดก็ตาม
ทั้งนี้ตนเองขอเสนอให้รัฐบาลจัดทำช่องทางสำหรับประชาชนในการแจ้งปัญหาหรือข้อขัดข้องเกี่ยวกับการลงทะเบียนเยียวยาโดยตรง หากพบปัญหาในการยื่นเรื่องหรือเอกสาร เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ภายในระบบของรัฐบาล ลดการส่งเรื่องกลับไปกลับมาระหว่างรัฐบาลกับหน่วยงานท้องถิ่น และทำให้กระบวนการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดย อบต.คลองสามจะยังคงลงพื้นที่รับเรื่องและรวบรวมหลักฐานความเสียหายของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ดร.วิระศักดิ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่าตนขอออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม หลังมีการประกาศให้พื้นที่ตำบลคลองสามเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ โดยเห็นว่าเมื่อมีการประกาศภัยพิบัติแล้ว ควรใช้ข้อมูลทะเบียนบ้านและฐานข้อมูลของภาครัฐประกอบการช่วยเหลือโดยไม่เพิ่มภาระให้กับประชาชนในการจัดเตรียมหลักฐานจำนวนมาก ซึ่งเมื่อมีการประกาศให้ตำบลคลองสามเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว ย่อมหมายความว่าประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงเห็นว่ารัฐบาลควรสามารถดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนจัดเตรียมหลักฐานเพิ่มเติมเป็นรายหลังคาเรือน
ทั้งนี้ขอเสนอให้ภาครัฐดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ โดยรวบรวมข้อมูลและจัดสรรงบประมาณมายังพื้นที่เพื่อดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ส่วนประชาชนที่ไม่สามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ ให้สามารถยื่นข้อมูลผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นเป็นผู้บันทึกข้อมูลและส่งต่อไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ต่อไป อีกทั้งตนขอชื่นชมแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับเงินประกันที่รัฐบาลกำหนดว่าจะเริ่มใช้ในวันที่ 2 ตุลาคม โดยระบุว่า ขณะนี้ตำบลคลองสามได้รวบรวมข้อมูลประชาชนที่เกี่ยวข้องแล้วหลายร้อยหลังคาเรือน และได้รับข้อมูลว่าจะมีการอนุมัติในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งแนวทางดังกล่าวควรนำมาใช้กับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย คือให้ประชาชนสามารถส่งข้อมูลผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง จากนั้นภาครัฐพิจารณาอนุมัติและจ่ายเงินช่วยเหลือโดยเร็ว พร้อมเสนอให้จังหวัดปทุมธานีพิจารณาให้คลองสามเป็นพื้นที่แรกที่ได้รับการอนุมัติเงินช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้อง
อีกทั้งขนาดของพื้นที่ตำบลคลองสาม ดร.วิระศักดิ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีประมาณ 30,000 หลังคาเรือน มีประชากรตามทะเบียนบ้านเกือบ 100,000 คน และมีประชากรแฝงประมาณ 300,000 คนประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นวงกว้าง เมื่อมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว ภาครัฐควรใช้ฐานข้อมูลทะเบียนบ้านที่มีอยู่ในการดำเนินการช่วยเหลือ และจ่ายเงินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น 5,000 บาท หรือ 9,000 บาท โดยไม่ควรผลักภาระให้ประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนต้องดำเนินการด้านเอกสารเพิ่มเติมมากเกินความจำเป็น เพราะประชาชนเขาเดือดร้อน น้ำท่วม ประกาศเป็นภัยพิบัติเรียบร้อยแล้ว ท่านก็มีหน้าที่ในการบริหารจัดการ อุดหนุนงบประมาณมา แค่นั้นเอง #ปทุมธานี #คลองสาม #น้ำท่วม

