สาวใหญ่วัย 54 ปี ขับรถกระบะออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าตัวเมืองน่าน เกิดอาการวูบขณะขับผ่านทางโค้งขึ้นเขา ก่อนรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงจนหักล้มทับหลังคารถ คนขับติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เวลา 15.30 น. พ.ต.ต.จิรา ยุทธภานุพร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าแรงสูงจนหักล้ม และมีผู้ขับขี่ติดอยู่ภายในรถ บริเวณทางโค้งถนนสายบ้านไร่ไพรวัลย์–บ้านสันติภาพ เขตบ้านสาระสุขสันต์ หมู่ 6 ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกน้ำดับเพลิง ทีมกู้ชีพกู้ภัย อบต.บ่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยบริการด่านบ้านไร่ไพรวัลย์ รวมทั้งชาวบ้าน กำลังช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ทราบชื่อ นางวิดา (นามสมมุติ) อายุ 54 ปี หมู่ 7 ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ซึ่งติดอยู่ภายในรถกระบะ
เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือนำตัวออกจากรถได้อย่างปลอดภัย ก่อนปฐมพยาบาลเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ และนำส่งโรงพยาบาลน่านเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษาต่อไป
จากการตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบเป็นถนนทางโค้งขึ้นเขา รถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บต 9446 น่าน สภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการชนเสาไฟฟ้าแรงสูงจำนวน 1 ต้น ซึ่งหักล้มลงมาทับบริเวณหลังคารถ นอกจากนี้ เสาไฟฟ้าที่ล้มลงยังขวางผิวการจราจร ทำให้รถสามารถสัญจรได้เพียง 1 ช่องทาง และเจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน
จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ ทราบว่า นางวิดา (นามสมมุติ) ขับรถออกจากหมู่บ้านเพื่อเดินทางไปทำธุระในตัวจังหวัดน่าน เมื่อมาถึงบริเวณทางโค้งขึ้นเขา ได้เกิดอาการ วูบขณะขับรถ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ รถจึงเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงจนเกิดเหตุดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกข้อมูล ทำแผนที่เกิดเหตุ และถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเจ้าของรถและญาติได้ประสานบริษัทประกันภัยชั้น 1 เข้าดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
เตือนภัยผู้ขับขี่
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่ต้องขับรถเดินทางเป็นระยะทางไกล โดยเฉพาะเส้นทางที่มีทางโค้ง ทางลาดชัน หรือเส้นทางขึ้นเขา ผู้ขับขี่ควร พักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง หากรู้สึกง่วง อ่อนเพลีย มึนงง หรือมีอาการวูบระหว่างขับรถ ควรเปลี่ยนผู้ขับขี่หรือหาจุดปลอดภัยเพื่อจอดพักทันที ไม่ควรฝืนขับต่อ
สำหรับการเดินทางไกล ควรวางแผน ปรับเปลี่ยนเวลาการขับรถให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย หลีกเลี่ยงการขับรถต่อเนื่องเป็นเวลานาน และจัดเวลาพักเป็นระยะ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวและลดความเสี่ยงจากอาการง่วงหรืออ่อนล้า ซึ่งอาจทำให้การควบคุมรถและการตัดสินใจลดลง และนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

