หลวงพี่น้ำฝน นำสวดมนต์ ไหว้พระ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุผู้มีภาวะพึ่งพิงและผู้พิการ สร้างภูมิความสงบผู้ต้องขังเรือนจำคลองเปรม

วันที่ 14 ตุลาคม 69 พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ได้รับกิจนิมนต์ในการเยี่ยมชมเรือนจำคลองเปรมและนำผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ ในการสวดมนต์ ไหว้พระ แผ่เมตตาและสงบจิตใจ ซึ่งเป็นหนึ่งใน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิงและผู้พิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อสร้างภูมิสงบความทางด้านจิตใจให้กับต้องขังเรือนจำคลองเปรม โดยนายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม มอบหมายให้คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองเปรม ร่วมให้การต้อนรับ ร้อยตำรวจเอก สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในการเยี่ยมชมสถานที่และร่วมประกอบกิจกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์

สำหรับการจัดโครงการดังกล่าว กรมราชทัณฑ์ มีนโยบายที่จะให้ผู้ต้องขังทุกกลุ่มวัย ได้รับการดูแลสุขภาพและเข้าถึงบริการทางด้านสาธารณสุขอย่างทั่ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิงและผู้พิการ เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากความเสื่อมสภาพเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่นโรคความดันโลหิตสูง , โรคเบาหวาน , โรคหลอดเลือดสมอง , โรคจิตเวช และความเสื่อมสภาพร่างกายตามอายุ เพื่อเป็นการเตรียมความเข้าถึงการจัดระบบบริการด้านสาธารณสุขของผู้ผู้สูง ผู้มีภาวะพึ่งพิงและผู้พิการในเรือนจำ โดยภายในเรือนจำคลองเปรมมีผู้ต้องขังอายุ 60 ปีขึ้นไป อีกทั้งในกลุ่ม ผู้พิการ ผู้มีภาวะพึ่งพิง สถานพยาบาลเรือนจำ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มดังกล่าว จึงได้มีการจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงในอนาคตนำไปสู่การดำเนินชีวิตใน สังคมได้อย่างปกติและมีคุณค่า และกลับตัวเป็นคนดีภายหลังพ้นโทษ โดยมีเป้าหมายให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะพึ่งพิงและผู้พิการมีความ รู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง มีสุขภาพที่ดีและมีจิตใจที่เข้มแข็งสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆร่วมร่วมกันได้ และมีทัศนคติที่ดีเห็นคุณค่าในตัวเองและกับตัวเป็นพลเมืองดี ภายหลังจากการพ้นโทษ

หลวงพี่น้ำฝน เผยว่า ปัจจุบัน วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ได้มีการร่วมมือกับกรมราชทัณฑ์ และเรือนจำ ทัณฑสถาน หลายแห่งในการสวดมนต์ และปฏิบัติธรรมด้วยการนำธรรมะฉบับที่เข้าใจง่ายมาเผยแพร่ให้กับผู้ต้องขังได้เข้าใจถึงหลักการดำเนินชีวิตต้นเหตุปัญหาแห่งทุก และหนทางแห่งการดับทุกข์ ขณะต้องโทษเพื่อให้มีความเข้าใจและตระหนักถึงช่วงเวลาที่ต้องรับโทษว่าควรจะต้องมีแนวคิดปฏิบัติต่อตนเอง และผู้ที่ถูกต้องขังภายในสถานที่เดียวกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร ตามแนวคิดอยู่เห็นเป็น เย็นให้พอ รอให้ได้ ภายใต้หลักการคิดด้วยเหตุผล และตั้งมั่นในการปฏิบัติตนด้วยการเริ่มต้นใหม่ในการอยู่ในสถานที่จำกัดด้วยอิสระภาพและเตรียมพร้อมในการออกสู่สังคม เปรียบเหมือนเป็นชีวิตใหม่ด้วยกำลังใจที่ดี ซึ่งการปฏิบัติด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตภาวนาให้ เกิดความสงบจากภายใน คือต้นทางแห่งการดับทุกข์ เป็นการเปิดแสงสว่างให้กับการเรียนรู้พระธรรมอย่างเข้าใจด้วยการเปิดใจจากจุดเริ่มต้น

You May Also Like