ผบช.ภ.7 นำทีมแถลงผลการปฏิบัติการณ์ เข้มใช้กฎหมายเป็นธรรมกวาดล้างอาชญากรรมเชิงรุก104 สถานี ในพื้นที่รับผิดชอบ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องทวารวดี 1 โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี นครปฐม พลตำรวจโท ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบช.ภ.7 เป็นประธาน แถลงผลการปฏิบัติที่สำคัญของตำรวจภูธรภาค 7 ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

พลตำรวจโท ศิร์ธัชเขตฯ กล่าวว่า “ตำรวจภูธรภาค 7 ยึดนโยบายยของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการปราบปรามยาเสพติด ป้องกันและปราบปรามอาญชากรรม โดยเฉพาะช่วงเกิดอุกทกภัยในหลายพื้นที่ซึ่งส่งผลต่อการเกิดอาชญากรรม ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 1-14 ตุลาคม 2569 มีผลการปฏิบัติที่สำคัญจึงมอบหมายให้ รองผู้บัญชาการที่รับผิดชอบงานปราบปรามยาเสพติด งานป้องกันปราบปราม และ งานสืบสวนนำผลการปฏิบัติมาแถลงต่อสื่อมวลชน ผบช.ภ.7 กล่าวต่อว่า นอกจากห้วงเวลาที่กล่าวมาข้างต้น ในงานสืบสวนยังมีผลการจับกุมคดีสำคัญที่จะนำเรียนให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบเพิ่มเติมอีกด้วย”

จากนั้น ผบช.ภ.7 ได้มอบให้ พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 ที่รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด รายงานผลการปฏิบัติ พล.ต.ต.ปิติฯกล่าวว่า “ในห้วง ห้วงวันที่ 1 – 14 ตุลาคม 2569 จับกุมทุกข้อหา 814 คดี ผู้ต้องหา 833 ราย ขยายผลคดีสมคบ 9 คดี ดำเนินคดีฟอกเงิน 2 คดี จับกุมตามหมายจับ 5 หมาย ยึดทรัพย์มูลค่า 28,126,521 บาท ของกลางยาบ้า 124,796 เม็ด ไอซ์ 688 กรัม เฮโรอีน 40 กรัม และเคตามีน 1,044 กรัม

โดยมีคดีรายสำคัญ ดังนี้
1.) 4 ตุลาคม 2569 สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับ บช.ปส. สกัดรถตู้ลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือ จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ยึด ไอซ์ 18 กระสอบ ประมาณ 600 กิโลกรัม
2.) 9 ตุลาคม 2569 สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี ร่วมกับตำรวจสืบสวนนครบาลปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี
เข้าไร่อ้อย 1 ราย ยึด ยาบ้าประมาณ 86,000 เม็ด
3.) 11 ตุลาคม 2569 สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตั้งจุดตรวจจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ยึด เคตามีนประมาณ 1 กิโลกรัม
ทุกคดีมีการสืบสวนขยายผลสืบสวนสอบสวนติดตามผู้สมคบกระทำผิดและยึดทรัพย์ เพื่อปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผบช.ภ.7 กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 7 ตระหนักถึงปัญหายาเสพติด กระทบต่อสังคมอย่างมาก จึงให้ความสำคัญสูงสุด ในการสืบสวนขยายผลในทุกคดีและ การยึดทรัพย์ ที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมิอในการแจ้งเบาะแสข้อมูลการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ และกล่าวต่อว่า “จากนี้จะให้ พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช รอง ผบช.ภ.7 แถลงผลการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช รอง ผบช.ภ.7 กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 7 เน้นหนักในการป้องกันอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรามีการปฏิบัติงานที่สัมพันธ์กันทุกจังหวัด ได้ให้ทุกจังหวัดนำข้อมูลการเกิกอาชญากรรมในพื้นที่มาวิเคราะห์จุดเสี่ยง ต่อมา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มอบหมายให้ตั้งจุดตรวจสัมพันธ์ โดยทุกสถานีตำรวจตั้งจุดตรวจพร้อมกันโยงใยในลักษณะ “เครือข่ายใยแมงมุม” เพื่อสกัดอาชญากรรม ในที่สาธารณะโดยพร้อมเพรียงกัน ตามมาตรการวิเคราะห์จุดเสี่ยง สกัดเหตุเชิงรุก โดย พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กรุณาเป็นประธานปล่อยแถว และ ต่อมาวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 – 08.00 น. ได้เปิดปฏิบัติการ ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เชื่อว่ามีอาวุธปืนและยาเสพติดในทุกพื้นที่พร้อมกัน 104 สถานีตำรวจ รวม 141 เป้าหมาย สรุปผลการปฏิบัติรวม 2 วัน จับกุมผู้ต้องหาได้ 167 ราย จับกุมอาวุธปืน 24 กระบอก เป็นปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 21 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 94 นัด ปฏิบัติการดังกล่าวเชื่อว่าจะส่งผลป้องกันการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุได้ เป็นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ นอกจากนึ้ยังมีผลการจับกุมยาบ้าหว่าหนึ่งหมื่นสี่พันเม็ดและยาเสพติดชนิดอื่นๆ พร้อมบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง ในส่วนของงานป้องกันปราบปรามจะเน้นหนักให้เข้าถึงพี่น้องประชาชน ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานอย่างมาก

ผบช.ภ. 7 กล่าวเสริมว่า สำหรับในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ได้มอบนโยบาย ให้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ผู้บังคับการและหัวหน้าหน่วยในทุกระดับแล้วว่า เราเน้นหนักการป้องกันเหตุหรือการสืบสวนจับกุมก่อนที่จะเกิดเหตุรุนแรง แต่หากมีเหตุเกิดขึ้นต้องรีบจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จากนี้ไปขอมอบให้ พล.ต.ต.ประสพชัย มัสยวนิชกูล รอง ผบช.ภ.7 ที่รับผิดชอบงานสืบสวนแถลงผลการปฏิบัติ

พล.ต.ต.ปะสพชัยฯกล่าวว่า สำหรับในงานสืบสวนทีมสืบสวนภาค 7 และสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพร้อมระดับสถานี เรามีทีมงานที่เข้มแข็งและร่วมมือกันทำงานมาโดยตลอด ในห้วงเดือน ตุลาคม 2569 ขอนำเสนอผลการปฏิบัติ 3 คดีสำคัญได้แก่ พยายามฆ่า 2 คดี ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี 1 คดี และในจังหวัดเพชรบุรี 1 คดี ซึ่งจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนของกลางได้อย่างครบถ้วน ส่วนอีกคดีเป็นการสืบสวนจับกุมขบวนการขนบุหรี่ไฟฟ้า รายใหญ่ในพื้นจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งรายละเอียดทางคดีจะมอบหมายให้แต่ละหน่วยรายงานให้ทราบครับ

ข้อมูลคดีสำคัญของงานสืบสวน 3 คดี มีดังนี้
1.คดีมือปืนยิงอดีตกำนัน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี จับกุมมือปืน พร้อมผู้ช่วยซ่อนเร้นหลักฐาน รวม 4 ราย
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 06.15 น. คนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนขนาด .45 ประกบยิง รถยนต์ของอดีตกำนันตำบลหนองจอก อายุ 61 ปี ขณะขับรถลงจากสะพานข้ามทางรถไฟ ต.หนองกระเจ็ด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รถได้รับความเสียหายหลายจุด แต่ผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บ ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.7 ภ.จว.เพชรบุรี และ สภ.บ้านลาด ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานนิติวิทยาศาสตร์จนศาลออกหมายจับ และเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ได้จับกุม นายอนุสรณ์ อายุ 40 ปี (มือยิง) และ น.ส.กัญญาภัทร อายุ 31 ปี ได้ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมอาวุธปืนขนาด .45 เครื่องกระสุนปืน 7 นัด และของกลางรวม 23 รายการ ต่อมาขยายผลพบว่าพี่ชายและหลานสาว ของผู้ก่อเหตุช่วยสลับรถและดัดแปลงสภาพรถที่ใช้ก่อเหตุเพื่อซ่อนเร้นหลักฐาน จึงจับกุมเพิ่มอีก 2 ราย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 รวมจับกุม 4 ราย ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน” และ “ร่วมกันทำลาย ซ่อนเร้นพยานหลักฐานเพื่อช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษฯ”

  1. คดีลวงหนุ่มซ่อมรถ ดักซุ่มยิงเจ็บสาหัส อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี – รวบครบ 3 ราย ใน 21 ชั่วโมง
    เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 01.20 น. ชายอายุ 21 ปี ถูกหญิงสาวออกอุบาย ล่อให้มาช่วยซ่อมรถจักรยานยนต์ ก่อนถูกกลุ่มวัยรุ่นซึ่งดักซุ่มรออยู่ขับรถไล่ยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส มีมูลเหตุจากความหึงหวง ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.7 ร่วมกับ ภ.จว.สุพรรณบุรี และ ภ.จว.กาญจนบุรี แกะรอยข้ามจังหวัดไปจนถึงรีสอร์ทใน อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี จับกุม นายดนุเดช อายุ 22 ปี (มือยิง) นายสิรวิชญ์ อายุ 19 ปี (ผู้ขับขี่) และ น.ส.สุพรรษา อายุ 21 ปี (ผู้ล่อลวง) ได้ครบ ใช้เวลาเพียง 21 ชั่วโมง 10 นาที ยึดอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน 3 นัด โดยแจ้งข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน”

3.จับกุมขบวนการลักลอบขนย้ายบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่จากภาคใต้ 9,600 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านบาท
จ.สมุทรสาคร สภ.บางโทรัด ซึ่งรับผิดชอบเส้นทางถนนพระราม 2 ได้สืบสวนหาข่าวทั้งช่องทางออนไลน์และในพื้นที่ ร่วมกับ บก.สส.ภ.1 ขยายผลจากการจับกุมผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 จนทราบว่ามีการลักลอบขนย้าย บุหรี่ไฟฟ้าจากภาคใต้ไปส่งลูกค้าในพื้นที่ จว.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 จึงเฝ้าติดตามรถบรรทุกเป้าหมาย บนถนนพระราม 2 และเข้าตรวจค้น พบ บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 9,600 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านบาท จับกุมผู้ขับขี่ 1 ราย ให้การรับสารภาพ ส่งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560

พล.ต.ต.ประสพขัยฯกล่าวต่อว่า นอกจากผลการปฏิบัติในห้วง 1-15 ตุลาคม 2569 แล้ว ยังมีคดีสำคัญที่อยากนำเสนอให้ได้รับทราบ เป็นผลการจับกุมคดีสำคัญในช่วงเดือน กันยายน 2569
1.ทลายขบวนการฉ้อโกงขายฝากที่ดินด้วยเอกสารราชการปลอม มูลค่ารวม 25.8 ล้านบาท จ.สมุทรสาครคนร้ายแอบอ้างเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน ใช้โฉนดและเอกสารปลอมหลอกผู้เสียหายอายุ 69 ปี ทำสัญญาขายฝากที่ดิน สูญเงิน 15.8 ล้านบาท ต่อมากลุ่มคนร้ายเดิมนัดหลอกขายฝากที่ดินอีก 10 ไร่ มูลค่า 10 ล้านบาท สภ.เมืองสมุทรสาคร จึงวางแผนแฝงตัวร่วมกับเจ้าพนักงานที่ดิน จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ณ สำนักงานที่ดิน จังหวัดสมุทรสาคร สกัดความเสียหายได้อีก 10 ล้านบาท และขยายผลเส้นทางการเงินจนศาลออกหมายจับเพิ่ม รวมถึงผู้สั่งการ รวมจับกุมทั้งขบวนการ 9 ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และร่วมกันฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น”
2.คดีฆาตกรรมยกครัว 3 ศพ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี – คลี่คลายได้ภายใน 24 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. พบผู้เสียชีวิต 3 ราย (ชาย อายุ 41 ปี หญิง อายุ 44 ปี และเด็กชาย อายุ 6 ปี) ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ภายในบ้านพัก ต.หนองผักนาก ตำรวจภูธรภาค 7 ระดมทีมสืบสวน บก.สส.ภ.7 กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ สภ.สามชุก ตรวจสอบพยานบุคคลและกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุ และได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสุพรรณบุรีออกหมายจับ จากนั้นได้จับกุมตัว นายชัชชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี พร้อมของกลาง โดยแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน” เบื้องต้นอ้างมูลเหตุจากเรื่องส่วนตัว

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวว่า “ชื่นชมข้าราชการตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่า ตำรวจภูธรภาค 7 จะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุก และป้องกันปราบปรามยาเสพติดตามวาระแห่งชาติ อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตามวิสัยทัศน์ “ตำรวจภูธรภาค 7 บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” ฝากถึงพี่น้องประชาชนหากมีข้อมูลเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายไม่

พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแส หรือเหตุด่วนเหตุร้ายได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันป้องกันเหตุและดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคม

You May Also Like