ชาวน่านเดือดร้อนหนัก! ถนน–สะพานพัง 12 จุด ตัดขาดเส้นทางทำกินและท่องเที่ยว “สว.มังกร” จี้คมนาคมเร่งซ่อม หวั่นรอ งบปกติถึงปี 2572


ทางขาด–สะพานพัง ชาวบ้านเสี่ยงสัญจรลำบาก กระทบขนส่งผลผลิต เข้าถึงบริการจำเป็น และเศรษฐกิจท้องถิ่น! “สว.มังกร” เปิดปัญหาความเดือดร้อนประชาชนชาวน่านกลางสภา หลังน้ำป่าและดินสไลด์ถล่มโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย 12 จุด จี้กระทรวงคมนาคมเร่งฟื้นฟูให้ทันก่อนฤดูฝนรอบใหม่ ด้าน “สิริพงศ์” รับลูก เดินหน้าแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมเร่งจัดหางบซ่อมกว่า 253 ล้านบาท หวังคืนเส้นทางปลอดภัยให้ประชาชนโดยเร็ว
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายมังกร ศรีเจริญกูล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดน่าน ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจากลางที่ประชุมวุฒิสภา เรื่อง “การฟื้นฟูทางหลวงแผ่นดินที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ อำเภอปัว จังหวัดน่าน” เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังเผชิญปัญหาการเดินทาง หลังถนนและสะพานหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอุทกภัยและดินสไลด์
ถนนถูกตัดขาด กระทบชีวิตประจำวันของประชาชน
นายมังกรระบุว่า จังหวัดน่านเผชิญฝนตกหนักและภัยพิบัติรุนแรง 2 ระลอก ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนที่ผ่านมา โดยมีปริมาณฝนสะสมสูงกว่า 340 มิลลิเมตร ส่งผลให้กระแสน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์เข้าทำลายถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง โดยเฉพาะในอำเภอปัวและอำเภอภูเพียง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับแขวงทางหลวงน่านที่ 2 พบจุดที่ได้รับความเสียหายและจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูรวม 12 จุด โดยอยู่ในอำเภอปัวถึง 8 จุด คิดเป็นวงเงินซ่อมแซมเบื้องต้นกว่า 253 ล้านบาท
ความเสียหายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาถนนชำรุด แต่ส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ทั้งความยากลำบากในการเดินทางไปทำงาน ติดต่อราชการ ขนส่งสินค้าและผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและบริการจำเป็นอื่น ๆ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องพึ่งพาเส้นทางเหล่านี้เป็นช่องทางหลักในการเดินทาง
ขณะเดียวกัน การเดินทางที่ไม่สะดวกและความไม่แน่นอนของเส้นทางยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการสัญจรของชาวบ้าน อีกทั้งอาจกระทบผู้ประกอบการท้องถิ่นและการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดน่านที่ต้องเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว
เปิดภาพความเสียหาย 12 จุด จี้เร่งซ่อมก่อนประชาชนเดือดร้อนยืดเยื้อ
สำหรับจุดเสียหายสำคัญ ได้แก่ สะพานบนทางหลวงหมายเลข 1256 เส้นทางขึ้นอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากกระแสน้ำ รวมถึงสะพานบ้านตีนตก–บ้านแอน บนทางหลวงหมายเลข 1371 ที่ขาดจนไม่สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีถนนและไหล่ทางทรุดตัว ตลอดจนคอสะพานบ้านนาแลที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะฐานรากจนได้รับความเสียหายรุนแรง
สว.มังกรย้ำว่า การซ่อมแซมต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาการเดินทางอย่างยืดเยื้อ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้ถนนเพื่อประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตประจำวัน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมกำหนดกรอบเวลาฟื้นฟูที่ชัดเจน เร่งจัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน และวางมาตรการรับมือหากเกิดฝนตกหนักหรือน้ำป่าหลากซ้ำ
รมช.คมนาคมรับลูก เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า–ผลักดันงบซ่อม
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า กระทรวงฯ ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งการเคลียร์ผิวทางและจัดการจราจรในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการนำสะพานเบลีย์ (Bailey Bridge) มาติดตั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในจุดที่สะพานได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูถนนและสะพานให้กลับมาใช้งานได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งหากรอการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามขั้นตอนปกติ อาจต้องใช้เวลาถึงปีงบประมาณ 2571–2572 ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาไม่ทันต่อความจำเป็นของประชาชน
กระทรวงคมนาคมจึงเตรียมเร่งรัดการจัดสรรงบประมาณหลายแนวทาง ได้แก่ การปรับเกลี่ยงบจากโครงการขนาดเล็กที่ยังไม่เร่งด่วน การนำเงินเหลือจ่ายมาใช้กับโครงการซ่อมแซมขนาดกลาง วงเงินประมาณ 5–15 ล้านบาท ซึ่งวางแผนดำเนินการในเดือนมกราคม และการเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลางสำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินประมาณ 50–70 ล้านบาท ผ่านกลไกระดับจังหวัดและเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
เร่งคืนเส้นทางปลอดภัย เป้าหมายซ่อมเสร็จก่อนฤดูฝนปีหน้า
รมช.คมนาคมระบุว่า เมื่อได้รับงบประมาณแล้ว จะเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยตั้งเป้าให้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปี 2570 เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการเดินทาง และป้องกันไม่ให้ความเสียหายจากภัยพิบัติส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านต่อไป
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ต้องการเห็น คือการเร่งดำเนินงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งกรอบเวลาที่ชัดเจน ความต่อเนื่องของการจัดสรรงบประมาณ และมาตรฐานความปลอดภัยของถนนและสะพานที่ได้รับการซ่อมแซม เพราะสำหรับชาวน่านที่ต้องใช้เส้นทางเหล่านี้ในทุกวัน การคืนถนนให้กลับมาใช้งานได้ไม่ได้หมายถึงเพียงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการคืนโอกาสในการทำมาหากิน การเข้าถึงบริการจำเป็น และความมั่นใจในการดำเนินชีวิตของประชาชนอีกครั้ง

@@@@@@@@@@@

ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

You May Also Like