วันที่ 21 ตค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบข้อความจากผู้ใหญ่บ้านบ้านนาใต้โพสต์ลง facebookพบน้ำสีดำหลังนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะรอบบึงหนองขอน หมู่ที่ 6 บ้านนาใต้ ต.บ่อทองที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำดิบไว้ผลิตน้ำประปาหมู่บ้านแล้วไหลลงแควพระปรงแล้วลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี เหตุการณ์นี้ตั้งแต่ปีใหม่ 2569ที่มีสัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมากถึงปัจจุบันก็ยังมีการปล่อยน้ำเสียลงสู่คลองสาธารณะเหมือนเดิม หน่วยงานจังหวัด อำเภอ ตำบล ไม่สามารถทำอะไรได้ไม่รู้ผ่านEIA (ผ่านการประเมินกระทบสิ่งแวดล้อม)ได้ยังไงช่วยกันหน่อยนะพี่น้องชาวตำบลบ่อทองเราต้องการธรรมชาติกลับคืนมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามนายวิชัย แรกชำนาญ ผู้ใหญ่บ้านบ้านนาใต้บอกว่ามีภารกิจยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์แต่มีภาพถ่ายแนบมาให้ดูก่อน

จากการลงพื้นที่บริเวณสระน้ำสาธารณะด้านหลังนิคมบ่อทองได้พบกับชาวบ้านคนหนึ่ง(นายสมพล) นามสมมุติขอสงวนชื่อนามสกุลจริงกล่าวว่าอันนี้ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงบางทีอาจจะเป็นแบบโรงงานเขาปล่อยก็ได้ไม่ปล่อยก็ได้นี่เราไม่รู้จริงแต่ที่มันหญ้าตายข้าวตายมันก็เน่าเหมือนกันถ้าน้ำมันท่วมยังไงก็ต้องไหลลงสระน้ำน้ำสาธารณะ แต่ถ้าไม่ท่วมมันก็ไม่ลงหรอกครับ
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสุนทร คมคาย แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็งผ่านทางโทรศัพท์หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ตรวจโรงงานหลังน้ำท่วม ในตอนนี้น้ำเป็นอย่างไรบ้างแล้วต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการอย่างไร นายสุนทร คมคาย เปิดเผยว่าคือเราเสนอข้อ ม.39 (วรรค 3) ซึ่งตอนนี้เขาโดน ม.39 (วรรค1) ปิดปรับปรุงอยู่ซึ่งชาวบ้านเองอ่ะเสนอให้เป็น ม.39 (วรรค3) ปิดถาวรเนื่องจากว่าพื้นที่มันเป็นที่ราบรุ่มแล้วก็เสี่ยงน้ำท่วมซึ่งเราก็พูดมาตลอดว่าน้ำจะท่วมเอ่อแต่เขาก็ไม่เชื่อเราซึ่งวันนี้มันชัดเจนแล้วว่าน้ำมันท่วม อันที่ 2 คือเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ทั้งชีวิตและทรัพย์สินซึ่งมันต้อง scope พื้นที่ชัดเจนมันกระจายวงกว้างไปมากแล้วก็ให้ดำเนินคดีโดยเด็ดขาดอย่างเช่นผู้ที่กระทำผิดทำร้ายร่างกายพี่สุเมธอะไรพวกนี้แล้วก็ระวังสุขภาพผลกระทบทางสุขภาพไม่ใช่ว่าทำแค่เฉพาะหน้า มันต้องมีการตรวจสอบสุขภาพระยะยาวแล้วก็มีการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากเยียวยาชาวบ้านแล้วมันต้องฟื้นฟูซึ่งวันนั้นรัฐมนตรีเขาพูดชัดแต่เขาจะทำหรือไม่ไม่รู้ แล้วก็ส่วน เอ็มวายฯเขาก็ยังยืนยันว่ามันควรจะเป็น 39 วรรค 3 เพราะว่าเขาไม่มีใบอนุญาตสักอย่าง แล้วก็เลวร้ายสลดใจรัฐมนตรีเขาพูดตอนนี้ก็ 39 วรรค1เหมือนกันมันต้องวรรค1ไหมล่ะ ความจริงเจ้าของโรงงานมันต้องติดคุกด้วยซ้ำ อันนี้ข้อเสนอของเรา
อีกอันหนึ่งข้อเสนอของผมเอง ย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดทั้งทีมเลย เพราะมันปล่อยปละละเลยโรงงานที่พี่ไปปิดกับผมน่ะก็ปิดแต่กระดาษถูกไหมที่ไปจับ ถ้าวันนั้นจับไม่ได้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ไม่เข้าเขาก็ไม่ไปดู เอ็มวายฯนี่ก็ปิดแต่กระดาษเหมือนกันพอปิดปุ๊บเขาก็ดึงกระดาษออกตั้งแต่วันแรกแล้ว แล้วโรงงานก็ทำต่อคนงานต้อง 5-600 คน เสร็จแล้วพอทีม top gun จะมาตรวจก็เอากระดาษมาติดใหม่ แล้วอีกอันหนึ่งเราแจ้งโรงงานตั้งหลายโรงก็ไม่ยอมไปตรวจ รวมถึงคราบน้ำมันสีรุ้งที่เขาไม้แก้วแจ้งตั้งแต่วันที่ 16 แล้ววันนั้นวันที่ 19 ที่รัฐมนตรีมา รัฐมนตรีก็ให้อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีไปตรวจตอนนั้นเลยก็ไม่ยอมไปตรวจ ป่านนี้ก็ยังไม่ไปคนอื่นเขาไปกันหมดแล้ว ซึ่งมลพิษเนี่ยมันรอไม่ได้นะอย่างเช่น คราบน้ำมันที่เป็นหลักฐานอะไรอย่างนี้มันก็จะหายไป คุณเข้าข้างโรงงานหรือเปล่า

