สกลนคร ชาวไร่อ้อยร่วมลดเผาแก้ PM 2.5 แบกต้นทุน จี้ชัดเจนเงินช่วยเหลือ 120 บาท

นายชัยมงคล ไชยรบ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสกลนคร เปิดเผยว่า สมาคมไร่อ้อยสกลนคร ร่วมกับโรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรือง จำกัด กำหนดจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 ที่หอประชุมวิโรจน์อิ่มพิทักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร ซึ่งการะชุมครั้งนี้สะท้อนความกังวลของเกษตรกร หลังร่วมมือกับภาครัฐลดการเผาอ้อยเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 แม้ต้องแบกรับต้นทุนการเก็บเกี่ยวที่สูงขึ้น พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่าจะมีมาตรการดูแลและสนับสนุนชาวไร่อ้อยอย่างไร โดยเฉพาะกรณีเงินช่วยเหลือ 120 บาท ที่เกษตรกรต้องการความชัดเจน

นายชัยมงคล กล่าวว่า เกษตรกรทั้งชาวไร่อ้อย ชาวนา และชาวสวน เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ การส่งเสริมให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ จึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศในระยะยาว สำหรับปัญหาฝุ่น PM 2.5 สมาคมชาวไร่อ้อยและเกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน พร้อมให้ความร่วมมือตามนโยบายลดการเผาอ้อยก่อนเก็บเกี่ยว โดยข้อมูลที่นายกสมาคมระบุ อ้อยเผาที่เข้าสู่โรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรืองในปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 3 สะท้อนความพยายามของเกษตรกรในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาเก็บเกี่ยวอ้อยสดทำให้เกษตรกรมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งค่าแรงงานและค่าใช้จ่ายในการจัดการเก็บเกี่ยว แต่ชาวไร่อ้อยยังคงให้ความร่วมมือ เพราะคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม จึงตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า “เมื่อประชาชนชาวไร่อ้อยได้ให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลจะดำเนินการเช่นไรกับพี่น้องชาวไร่อ้อย ในกรณีเงิน 120 บาท” ทั้งนี้ สมาคมชาวไร่อ้อยสกลนครต้องการให้รัฐบาลมีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนที่เกษตรกรต้องแบกรับจากการปรับเปลี่ยนวิธีการเก็บเกี่ยว ควบคู่กับการเดินหน้าแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน

“การแก้ปัญหา PM 2.5 ต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพื่อให้การรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลสามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้ เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย ขณะเดียวกัน ความร่วมมือและภาระที่เกษตรกรแบกรับก็ควรได้รับการพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้เราจะรวมพลังชาวไร่อ้อย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนต่อไป” นายชัยมงคล กล่าว

//////////////// วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร 0819542528

////////////////////

ชาวไร่อ้อยสกลนครจับมือลดเผาแก้ PM2.5 แบกต้นทุนพุ่ง วอนรัฐคลายสงสัย ชัดเจนเงินช่วยเหลือ 120 บาท

สกลนคร – ชาวไร่อ้อยจังหวัดสกลนครขานรับนโยบายรัฐ มุ่งลดการเผาอ้อยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5 ชี้ปีที่ผ่านมาอ้อยเผาเข้าโรงงานเหลือเพียงร้อยละ 3 แต่เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนเก็บเกี่ยวสดสูงขึ้น ด้านนายกสมาคมชาวไร่อ้อยสกลนครเตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 20 พ.ย. นี้ พร้อมจี้รัฐบาลขอความชัดเจนเรื่องเงินช่วยเหลือ 120 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

นายชัยมงคล ไชยรบ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสกลนคร เปิดเผยว่า สมาคมชาวไร่อ้อยสกลนครร่วมกับ บริษัท โรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรือง จำกัด กำหนดจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 ณ หอประชุมวิโรจน์อิ่มพิทักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร โดยการประชุมในครั้งนี้จะใช้เป็นเวทีสะท้อนความกังวลและความเดือดร้อนของเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรเพื่อสิ่งแวดล้อม

นายชัยมงคล กล่าวว่า เกษตรกรไม่ว่าจะเป็นชาวไร่อ้อย ชาวนา หรือชาวสวน ถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การส่งเสริมและสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว สำหรับวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้น สมาคมฯ และพี่น้องเกษตรกรมีความตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง จึงได้ให้ความร่วมมือกับนโยบายภาครัฐในการลดการเผาอ้อยก่อนเก็บเกี่ยวอย่างเคร่งครัด จนส่งผลให้อ้อยเผาที่ส่งเข้าโรงงานน้ำตาลไทยรุ่งเรืองในปีที่ผ่านมาลดลงเหลือเพียงประมาณร้อยละ 3 เท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของเกษตรกรในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาตัดและเก็บเกี่ยวอ้อยสดส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งค่าแรงงานตัดอ้อยที่สูงขึ้น ค่าเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเก็บเกี่ยว ถึงกระนั้น ชาวไร่อ้อยก็ยังคงยอมแบกรับภาระดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสุขภาพของคนในสังคม จากความร่วมมือดังกล่าวนำมาสู่คำถามสำคัญถึงรัฐบาลว่า “เมื่อพี่น้องชาวไร่อ้อยได้ให้การสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลแล้ว รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลและดำเนินการเช่นไรกับเกษตรกร โดยเฉพาะความชัดเจนในกรณีเงินช่วยเหลือ 120 บาท”

นายกสมาคมชาวไร่อ้อยสกลนคร กล่าวทิ้งทายว่า สมาคมฯ ต้องการให้รัฐบาลกำหนดแนวทางช่วยเหลือที่ชัดเจนเพื่อบรรเทาภาระต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการเดินหน้าแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหา PM 2.5 จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพื่อให้การรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลโตไปด้วยกันได้ เพราะการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย แต่ภาระและความเสียสละที่เกษตรกรแบกรับก็ควรได้รับการเหลียวแลและสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน ซึ่งสมาคมฯ พร้อมจะรวมพลังชาวไร่อ้อยเพื่อขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

/////////////// วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร 0819541528

You May Also Like