นครพนม – ผู้ว่าฯ นครพนมนำคณะกรรมการมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีพราหมณ์ ขอขมาองค์พญาศรีสัตตนาคราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้พวงมาลัยพลาสติกและเครื่องประดับบริเวณพระศอเสียหายทั้งหมด ยืนยันองค์พญาศรีสัตตนาคราชไม่ได้รับความเสียหาย เตรียมหารือมาตรการจัดระเบียบพื้นที่และเพิ่มความปลอดภัย ป้องกันเหตุซ้ำ

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช จังหวัดนครพนม ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วยนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และคณะกรรมการมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช ร่วมประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา โดยมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีพราหมณ์ เพื่อขอขมาและความเป็นสิริมงคลแก่องค์พญาศรีสัตตนาคราช ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เครื่องประดับบริเวณองค์พญาศรีสัตตนาคราชในช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการจุดพลุบริเวณลานสักการะ โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพรถกระบะสีแดงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไว้ได้ เบื้องต้นมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากการจุดพลุตามความเชื่อส่วนบุคคล ก่อนที่สะเก็ดไฟจะไปถูกพวงมาลัยพลาสติกและเครื่องประดับบริเวณพระศอจนเกิดเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุได้ทัน ป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังองค์พญาศรีสัตตนาคราช
ด้านนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลไหลเรือไฟที่ผ่านมา มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะองค์พญาศรีสัตตนาคราชเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การดูแลและจัดระเบียบพื้นที่อาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง เทศบาลจึงเตรียมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ให้มีความเข้มงวดและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
แนวทางเบื้องต้นจะพิจารณากำหนดจุดตั้งโต๊ะบูชาให้ชัดเจน รวมถึงควบคุมจำนวนโต๊ะและการใช้พื้นที่ในแต่ละวัน เพื่อป้องกันความแออัด อำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธา และรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง
สำหรับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ นายกเทศมนตรีเมืองนครพนมระบุว่า จากข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบความเสียหายต่อตัวองค์พญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งเป็นองค์ประติมากรรมทองเหลือง ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับพวงมาลัยพลาสติก สร้อยสังวาลและเครื่องประดับบริเวณองค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเบื้องต้นไม่เกิน 20,000 บาท
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าผู้เกี่ยวข้องมีเจตนาทำลายองค์พญาศรีสัตตนาคราช แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำหนดมาตรการควบคุมการจุดพลุและกิจกรรมแก้บนให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและทรัพย์สินในพื้นที่สักการะ
ขณะเดียวกัน เทศบาลเตรียมเพิ่มมาตรการป้องกันเหตุในอนาคต โดยจะหารือถึงความเป็นไปได้ในการเลือกใช้วัสดุทำเครื่องประดับที่ทนไฟได้มากขึ้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่เวรยามและตำรวจท่องเที่ยวพิจารณาเพิ่มกล้องวงจรปิด เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์และช่วยตรวจสอบภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า การประกอบพิธีในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามความเชื่อและธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสาน ผ่านพิธีทางพระพุทธศาสนาและพิธีพราหมณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและแสดงความเคารพต่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนชาวนครพนมและผู้มาเยือนให้ความเคารพศรัทธา
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทบทวนแนวทางดูแลสถานที่สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก พร้อมเน้นย้ำถึงการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ผู้ดูแลพื้นที่ และประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีก
สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ลานพญาศรีสัตตนาคราชในระยะต่อไป จังหวัดจะหารือร่วมกับเทศบาลและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดขอบเขตการใช้พื้นที่ให้เกิดความสมดุล ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบในการประกอบพิธีทางศาสนา และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชื่นชมทัศนียภาพ ถ่ายภาพ และสัมผัสบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขง
ทั้งนี้ ลานพญาศรีสัตตนาคราชยังคงเป็นพื้นที่สาธารณะที่เปิดต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมุ่งรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรม ความศรัทธา และความปลอดภัยควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด “นครพนม : พหุชน ยลธาตุ นาค โขง” เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ของเมืองแห่งศรัทธาริมฝั่งโขงให้คงอยู่ต่อไป
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุลผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครพนมโทร084-934075-0

