นครพนมรวมพลังรับอรุณริมโขง! ผู้ว่าฯ นำทัพเดิน–วิ่ง–ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 ส่งเสริมสุขภาพ ลดเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

นครพนม – ชาวนครพนมรวมพลังออกกำลังกายรับแสงแรกริมแม่น้ำโขง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเป็นประธานเปิดกิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ” พร้อมกดแตรปล่อยตัวนักกีฬา 3 ประเภท รณรงค์ปรับพฤติกรรมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ย้ำแนวคิด “สโตรค 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้”

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณถนนสวรรค์ชายโขง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ประชาชนและผู้รักสุขภาพพร้อมใจกันสวมชุดออกกำลังกาย เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้ “โครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 เฉลิมพระเกียรติ” ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าริมแม่น้ำโขง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 05.30 น. โดยผู้เข้าร่วมทยอยเดินทางมายังจุดปล่อยตัว พร้อมร่วมอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง จากนั้นประกอบพิธีถวายราชสักการะ ถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมี นายแพทย์ปรีดา วรหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม

ต่อมา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมได้เป็นประธานกดแตรปล่อยตัวผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามลำดับ เริ่มจากเวลา 06.00 น. ปล่อยตัวนักปั่นจักรยานระยะทาง 16 กิโลเมตร เวลา 06.10 น. ปล่อยตัวนักวิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตร และเวลา 06.20 น. ปล่อยตัวประชาชนที่ร่วมเดินออกกำลังกายระยะทาง 5 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางในพื้นที่อำเภอเมืองนครพนม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความร่วมมือและความมุ่งมั่นในการสร้างเสริมสุขภาพ

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนชาวนครพนมได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชน รวมถึงการพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนรถต้นแบบรักษาอัมพาตเคลื่อนที่และเครื่องมือทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ การลดความเครียด ตลอดจนการหลีกเลี่ยงบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมยังเน้นย้ำว่า ประชาชนควรเรียนรู้สัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่เหมาะสม สามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าโรคหลอดเลือดสมองส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการจัดการปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้

สำหรับการรณรงค์ในปีนี้ มุ่งเน้นแนวคิด “สโตรค 4 โรค 6 พฤติกรรม รู้แล้วทำ ป้องกันได้” โดยให้ความสำคัญกับการควบคุม 4 โรคสำคัญ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ควบคู่กับการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความพิการระยะยาวหรือเสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว โดยประชาชนควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ใบหน้าเบี้ยว แขนหรือขาอ่อนแรงเฉียบพลัน พูดไม่ชัด หรือพูดไม่ได้ หากพบอาการดังกล่าวควรรีบโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาโดยเร็วที่สุด

การจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 12 ของจังหวัดนครพนมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการรวมพลังของประชาชนในการแสดงความจงรักภักดีแล้ว ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคสาธารณสุข และประชาชน ในการขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดี สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง และส่งเสริมให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนครพนมอย่างยั่งยืน

You May Also Like