รอง ผบก.น.1 นำทีมช่วยนักศึกษาสาวปี 2 ถูกมิจฉาชีพหลอกอ้างพัวพันคดีเว็บพนัน สูญเงินกว่า 4 แสนบาท หวิดเสียเงินเพิ่ม

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สรัล สุรเดชานนท์ รอง ผกก.สส.สน.ดินแดง และ พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเข้าช่วยเหลือนักศึกษาหญิง อายุ 19 ปี หลังตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงทางโทรศัพท์ โดยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่และกล่าวหาว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเว็บพนันออนไลน์ ก่อนหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติของผู้เสียหาย ซึ่งมีการโอนเงินให้บุคคลอื่นหลายครั้ง รวม 149,700 บาท และยังมีการถอนเงินสดอีก 250,000 บาท เพื่อนำไปส่งมอบให้บุคคลที่นัดหมายไว้บริเวณใกล้หอพักแห่งหนึ่งในย่านดินแดง

ต่อมา พ.ต.อ.ศักยะ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้เข้าตรวจสอบห้องพักของผู้เสียหาย พบว่าขณะนั้นกำลังสนทนาผ่านวิดีโอคอลกับกลุ่มมิจฉาชีพอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงพยายามเข้าช่วยเหลือและอธิบายให้ทราบว่ากำลังถูกหลอกลวง ก่อนพาเข้าสู่กระบวนการแจ้งความดำเนินคดี

จากการสอบถามทราบว่า กลุ่มมิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ กล่าวหาว่าหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เสียหายถูกนำไปใช้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จากนั้นส่งต่อสายไปยังบุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจ พร้อมข่มขู่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและคดีเว็บพนันออนไลน์

คนร้ายยังหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจ พร้อมแนะนำให้ขอเงินจากครอบครัวโดยอ้างว่าจะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและดำเนินการตามคำสั่งของคนร้าย

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองเริ่มสงสัยหลังได้รับการแจ้งเตือนจากธนาคารเกี่ยวกับการเบิกถอนและโอนเงินจำนวนมากผิดปกติ จึงพยายามติดต่อผู้เสียหาย แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือได้ทันเวลา ก่อนที่จะมีการโอนเงินเพิ่มเติม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ขณะที่ชุดสืบสวน บก.น.1 และ สน.ดินแดง อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและติดตามตัวบุคคลที่มารับเงินสด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

มีรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบชายต้องสงสัยรายหนึ่งเดินทางมารับเงินสดจำนวน 250,000 บาท ก่อนหลบหนีไปด้วยรถยนต์ที่เรียกใช้ผ่านแอปพลิเคชัน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง

เตือนภัยประชาชน: หากมีบุคคลโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลแอบอ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่ว่าพัวพันคดี หรือสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจ อย่าหลงเชื่อและอย่าโอนเงินเด็ดขาด ควรวางสายและติดต่อสถานีตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางทางการทันที

You May Also Like