กาญจนบุรี : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี พ.ศ. 2569 ให้แก่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี

วันนี้ 8 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐ โก่งเกษร อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ไปเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) พระอารามหลวง ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดย นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชนเข้า ร่วมพิธี ฯ มีคณะผู้ศรัทธาและผู้ใจบุญมาร่วมออกโรงทานมาร่วมแจกอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากกว่า 150 ร้านทอดกฐินในครั้งนี้

ในการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน มอบให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ไปทอดถวายยังที่ชุมชนสงฆ์ ณ พระอารามนี้ เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยถวายจตุปัจจัยถวายพระราชกุศล รวมทั้งสิ้น 1,230,252.46 บาท ประกอบด้วยเงินถวายบำรุงและบูรณะพระอาราม จำนวน 853,728.99 บาท ถวายพระคุณท่านองค์จำนวน 2,000 บาท ถวายพระคู่สวด 2 รูป ๆ ละ 1,000 บาทรวมจำนวน 2,000 บาท ถวายพระอันดับ 17 รูป ๆ ละ 500 บาท รวมจำนวน 13,500 บาท มอบเงินบำรุงสถานศึกษาที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของวัดเทวสังฆาราม จำนวน 50,000 บาท สนับสนุนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จำนวน 99,900 บาท รับเงินทำบุญจากภาครัฐ เอกชน และผู้มีจิตศรัทธา (เพิ่มเติม) 209,123.47 บาท นับเป็นการร่วมแรงร่วมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในการสืบทอดพระพุทธศาสนาและสร้างประโยชน์แก่สังคม

วัดเทวสังฆาราม หรือชาวบ้านเรียกว่า วัดเหนือ ผู้สร้างวัดชื่อท่านสมภารเสี่ยง ไม่ทราบว่าสร้างสมัยใด เมื่อครั้งพม่าตีกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2310 ได้ทำลายบ้านเมืองเสียหายหมดสิ้นแล้วกวาดต้อนครอบครัวและเก็บทรัพย์สมบัติของคนไทยกลับไปพม่า ท่านสมภารเสี่ยงเป็นชาวไทยที่มา ตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ กาญจนบุรี เก่า ได้ถูกข้าศึกพม่ากวาดต้อนเอาไปด้วยพร้อมกับมารดา ในขณะที่ท่านถูกกวาดต้อนไปยังเป็นสามเณรอยู่ ต่อมาท่านได้อุปสมบทในประเทศพม่า ท่านปรารถนาจะกลับมายังบ้านเกิด มารดาของท่านจึงได้บอกสถานที่ที่ฝังทรัพย์ไว้ในเมืองที่ตั้งบ้านเรือนมาแต่เดิม เมื่อกลับมายังไทยพร้อมกับคนไทย 5–6 คน แต่บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปมาก และได้ย้ายเมืองกาญจนบุรีมาตั้งใหม่ที่ตำบลปากแพรก ท่านสมภารเสี่ยงผู้ดำริจะสร้างวัดจึงคิดว่าถ้าจะสร้างวัด ณ เมืองกาญจนบุรีเก่า ซึ่งกำลังจะเลิกร้างไป ท้ายสุดท่านตัดสินใจสร้างใกล้กับเมืองกาญจนบุรีใหม่ เริ่มแรกตั้งเป็นสำนักสงฆ์ จากนั้นสร้างอุโบสถ

จากข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2368 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2480 วัดเทวสังฆารามได้รับการยกฐานะเป็น พระอารามหลวงตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505

อาคารเสนาสนะที่สำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถหลังใหม่ พระอุโบสถหลังเก่ามีหลังคาเชิงซ้อนด้านหน้ามีมุขหับเผย ศิลปะอยุธยา ส่วนเครื่องลำยองน่าจะสร้างในสมัยหลัง ข้างพระอุโบสถหลังเก่ามีมณฑป สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือสร้างรุ่นราวคราวเดียวกันกับพระอุโบสถ มีรูปปั้นด้านหน้าเป็นรูปคนนุ่งกางเกงขายาว สวมเสื้อคอปิดยืนอยู่ 2 ข้างทางเข้า ศาลาการเปรียญมีหน้าบัน จารึกพระปรมาภิไธย ภปร. เหนือผ้าทิพย์แห่งพระพุทธรูปปางประทานพร เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ส่วนกลางทรงระฆังสูง ตกแต่งลวดลายพรหมพฤกษาปล้องไฉน แสดงด้วยบัวกลุ่ม 5 ชั้นปลายสุดชำรุดหายไป ด้านล่างคอระฆังประดับลายกลีบบัวซ้อน 1 ชั้น เป็นศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น วัดมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธสุทธิมงคล
////////////////////////////////////////
ทีมข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like