กาญจนบุรี/// ตั่งแต่เช้าเสาร์แรกของปี 69 ศาลหลักเมืองกาญจน์ และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 3 ประชาชนแห่กราบไหว้ขอพรแน่น เพื่อเสริมสิริมงคลรับวันขึ้นปีใหม่ และเสาร์แรกของปี 2569

วันนี้ 3 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางไปกราบสักการะศาลหลักเมือง และพระบรมราชนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 3 บริเวณประตูเมือง ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับศักราชใหม่ และเสาร์แรกของปี 2569 โดยมีทั้งคนไทย นักท่องเที่ยว และ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้ทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าจนบ่ายยังเนื่องแน่น บริเวณศาลหลักเมือง และอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 3 พบว่าประชาชนถือพานเครื่องสักการะ พวงมาลัย ดอกไม้ ธูปเทียน น้ำมัน ผ้าสามสี และเครื่องบูชา เพื่อเตรียมถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี และอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 3

บรรยากาศค่อนข้างแน่น ทำให้การสัญจรไปยังจุดต่างๆ ภายในศาล และริมถนนมียานพาหนะจอดเป็นจำนวนมาก มีความติดขัดบ้างเป็นบางช่วงผู้ใช้รถผ่านไปอย่างช้าๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจารจรและเทศกิจ คอยดูแลรวมถึงแจ้งเตือนให้ประชาชนระมัดระวังทรัพย์สินมีค่า เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมาก และสามารถกราบไหว้สักการะศาลหลักเมืองได้อย่างเรียบร้อยและปลอดภัย

ส่วนบรรยากาศตามวัดต่างๆ ก็มีประชาชน เนื่องจากวันนี้ตรงกับวันพระ จึงมีประชาชนไปร่วมทำบุญ เพื่อขอพรเสริมสิริมงคลต้อนรับศักราชใหม่ 2569

ประวัติ…ศาลหลักเมืองกาญจนบุรี สร้างขึ้นใหม่แทนศาลเดิมซึ่งชำรุดในสมัยพระยาประสิทธิสงคราม (รามภักดี ศรีวิเศษ)เจ้าเมืองกาญจนบุรี คนที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2503 เป็นอาคารจัตุรมุขหลังคาทรงไทย ตัวอาคารหันหน้าไปยังบริเวณที่แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ไหลมาบรรจบกัน ภายในประดิษฐานหลักเมืองซึ่งเป็นเสาหัวเม็ดทรงมัน ด้านหน้ามีศิลาจารึกและจารึกไม้สักระบุวัน เดือน ปีที่สร้างเมืองศาลหลักเมืองเป็นที่เคารพสักการะของชาวกาญจนบุรี เวลามีงานประเพณีสำคัญ เช่น งานบวช แต่งงาน โกนผมไฟเด็ก ก็จะมากราบไหว้เพื่อบอกกล่าวเจ้าพ่อศาลหลักเมืองเสมอ รถทุกคันที่วิ่งผ่านบริเวณนี้ก็แสดงความเคารพด้วยการบีบแตรโดยเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ได้จัดงานไหว้ศาลหลักเมืองประจำทุกปี ในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 (เดือนพฤษภาคม) นับว่าศาลหลักเมืองกาญจนบุรี ในปัจจุบันทางเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ได้มีการปรับปรุงใหม่อย่างสง่าและงดงามยิ่งหน้าประตูเมือง./
/////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like