
ตามนโยบายและข้อสั่งการซึ่ง “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการเน้นย้ำอย่างเข้มงวด โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ในการระดมชุดสืบสวนหมั่นกวดขัน ตรวจสอบที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและให้มีการนำข้อมูลที่ได้รับแจ้งที่พัก ในระบบดังกล่าว มาทำการสุ่มตรวจสอบว่ามีบุคคลต่างชาติรายใด ที่มีพฤติการณ์หลบหนี หรือซ่อนตัว หรือได้กระทำความผิด เป็นผู้ร้ายข้ามชาติ ที่อาศัยประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนตัว หลังจากการก่ออาชญากรรมหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทราบเบาะแสเกี่ยวกับชาวจีนรายหนึ่ง มีพฤติกรรมแอบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหรูในจังหวัดชลบุรี โดยมักจะปกปิดตัวตน ไม่เคยพบปะผู้อื่นและไม่ค่อยออกจากบ้านไปไหน น่าเชื่อว่าจะอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย
หลังได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 จึงได้ประชุมสั่งการโดยมอบหมายให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ , พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ , พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 วางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว โดยไปดักซุ่มแฝงตัวไปอยู่บริเวณหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว
จนกระทั่ง เวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 9 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สังเกตเห็น บุคคลต่างด้าวที่มีตำหนิรูปพรรณคล้ายชาวจีน เดินออกมาจากบริเวณหน้าหมู่บ้าน จึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยแสดงบัตรข้าราชการให้ดู ก่อนขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว ผลการตรวจสอบหนังสือเดินทาง จนทราบชื่อว่า นายต้าหัว อายุ 22 ปี สัญชาติจีน โดยไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้ามา ในราชอาณาจักรแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” แต่ระหว่างถูกควบคุมตัว นายต้าหัว กลับมีท่าทีพิรุธ พยายามลบข้อมูลบางอย่างในโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบโทรศัพท์พบข้อมูลการติดต่อและรูปภาพแก๊สไนตรัสออกไซด์ หรือแก๊สหัวเราะ ในอัลบัม จึงได้ขอตรวจสอบบ้านพักที่นายต้าหัวพักอาศัยอยู่ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งนายต้าหัว ก็ยินยอมแต่โดยดี ผลการตรวจค้นพบถังบรรจุแก๊สไนตรัสออกไซด์จำนวน 19 ถัง สอบถามให้การว่ามีไว้เพื่อเสพเอง
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากสิ่งของที่ตรวจพบมีปริมาณมากเกินไป จึงได้ควบคุมตัวนายต้าหัว ไปทำบันทึกที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม จากการประสานงานและตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมว่านายต้าหัว เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีน ในข้อหา “ประกอบธุรกิจจำหน่ายแก๊สหัวเราะ โดยผิดกฎหมายและหลบหนีผ่านชายแดนประเทศลาว เข้ามากบดานในไทย” เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่านายต้าหัว น่าจะนำแก๊สไนตรัสออกไซด์ จำนวนดังกล่าวเข้ามาเพื่อจำหน่ายและให้บริการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานประกอบการที่มารับเอาแก๊สดังกล่าว ไปให้บริการต่อ ทั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกและกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะได้ดำเนินการสอบสวนขยายผลและทำการปราบปรามตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
สำหรับการปฏิบัติการดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจาก เบาะแสสำคัญของพี่น้องประชาชน จนนำไปสู่ความสัมฤทธิ์ผล ในการจับกุมคนร้ายข้ามชาติรายสำคัญที่หลบหนีคดี และใช้ประเทศไทยเป็นที่ซ่อนตัวและขอฝากประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผ่านผู้สื่อข่าวว่า การจับกุมคนร้ายข้ามชาติ ต้องอาศัยประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ลำพังการทำงานของเจ้าหน้าที่นั้นอาจไม่ได้รับข้อมูลเบาะแสที่ทันท่วงที ดังนั้นหากพี่น้อง ประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแส การกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่สายด่วนหมายเลข 1178 ตลอด 24 ชม.
สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

