
กระบะลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเมียนมา เจอด่านจราจรเลี้ยวยูเทิร์นกลับรถโดน ตร.เรียกให้จอดกลับเร่งเครื่องหนีชนล้อรถพ่วงบรรทุกหิน หน้ากระบะพังยับ รถพ่วงอีกคันมาจอดประกบแต่เร่งเครื่องหนีไปได้ ขับเข้าไปในหมู่บ้านจอดทิ้งรถไว้ในป่า ตร.ระดมค้นหาพบแรงงานต่างด้าวซ่อนตัวอยู่ 7 คน ส่วนคนขับหลบหนีไปได้ กล้องวงจรปิดจับนาทีชนแล้วหนี
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2569 ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรีพศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พันตำรวจเอกสันทัด ลยางกูร รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พันตำรวจเอกชัยรัตน์ บัวขมผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี พันตำรวจโท โชคชัย ไทยเจริญ รอง ผกก. จร สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยให้ พันตำรวจโทเมธี บัวซ้อน สว.จร สภ.เมืองกาญจนบุรี ตั้งจุดตรวจป้องกันเหตุอาชญากรรมอาวุธปืนบุคคลตามหมายจับลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าว และกวดขันวินัยจราจร บนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองแก่งเสี้ยน-วังสาภี หน้าดับเพลิงเทศบาลเมืองปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
ก่อนถึงด่านตรวจฯ 100 เมตร ตรงจุดยูเทิร์นมีรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีดำแบบแคป ติดป้ายทะเบียน พิจิตร มีพิรุธพยายามจะกลับรถ จนท.ตร.จราจร ที่ยืนอยู่ได้โบกให้จอดแต่เร่งเครื่องพยายามหลบหนี ระหว่างนั้นรถพ่วงบรรทุกหินขับมาถูกกระบะพุ่งชนอย่างจัง ทำให้ล้อรถพ่วงระเบิดยางแตก ส่วนรถพ่วงอีกคันพยายามจอดปิดแล้วคนขับกระโดดลงมาจะช่วยจับ กระบะหน้าพังยับแต่ก็เร่งเครื่องหลบหนีไปได้ ขับหนีเข้าไปในซอยถนนจัดสรรวัดเหนือ 1 หมู่ 10 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จอดทิ้งรถหลบหนีเข้าป่า
ต่อมา พันตำรวจโทโชคชัย ไทยเจริญ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วย พันตำรวจตรีเวชยัณ ปิยภิรมย์ สวป.เมืองกาญจนบุรี นำกำลังจราจรและสายตรวจร่วมระดมกำลังปิดล้อมป่าค้นหาใช้เวลา 20 นาที จนพบแรงงานชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง 7 คน (ช.4 ญ.3) นั่งหลบในป่า ตรวจสอบรถกระบะที่ชนแล้วหนีมีกระเป๋าสัมภาระที่ท้ายกระบะ ในรถพบเอกสารพาสปอร์ตบางส่วน ไม่พบตัวคนขับคาดใช้ความชำนาญวิ่งหลบหนีไปได้หวุดหวิด
ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ได้ทั้งหมด พบว่ากระบะหนีแบบไม่คิดชีวิตที่ตัดสินใจพุ่งชนรถพ่วงที่ขับมา ก่อนหลบหนีไป
ส่วนแรงงานชาวเมียนมา 7 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่ง พันตำรวจตรีสกุล เอี่ยมบุญลือ สว.สอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฏหมาย
ผู้สื่อข่าวได้พบกับคนขับรถบรรทุกพ่วงทั้ง 2 คน นายสมพร ช่างระดม อายุ 34 ปี ชาว จังหวัดขอนแก่น คนขับรถพ่วงคันที่ถูกชน และ นายพงษ์พัฒน์ กลัดแก้ว อายุ 26 ปี ชาว จังหวัดนครปฐม คนขับรถพ่วงที่ตามหลังมา ได้จอดรถพ่วงอยู่ริมถนนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและประกันภัย ท่าทีเซ็งๆ ชี้ความเสียหายที่ล้อรถของลูกพ่วง เส้นแรกถูกบังโคลนกรีดบาดหน้ายางผิวเปิดแต่ไม่ระเบิด ส่วนล้อรถเส้นหลังยางแตกระเบิด พร้อมกับเล่านาทีที่ถูกชน และช่วยกันจะหยุดรถกระบะ
////////////////////////////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

