ผู้ว่าแพร่ “นั่งหัวโต๊ะ” สรรหา ก.ธ.จ.แพร่ ,ผู้แทน ส.อบจ.และสท.คึกคัก

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุม สรรหากรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ กรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 (วาระที่5) โดยมี นายบุญเกิด การิยา ผู้ช่วยเลขา คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่พร้อมเจ้าหน้าที่ จัดการสรรหา

ความเป็นมาและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธรรมาภิบาล พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 มาตรา 55/1 ได้กำหนดให้มีคณะกรรม
การธรรมาภิบาลจังหวัด หรือเรียกโดยย่อว่า “ก.ธ.จ.” ในทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร เพื่อทำ
หน้าที่สอดส่องและเสนอแนะการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเป็นไปตามหลักการที่กำหนดไว้ตามมาตรา 3/1 สำหรับจำนวน วิธีการสรรหาและการปฎิบัติหน้าที่ ก.ธ.จ. ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด พ.ศ.2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้จังหวัดหนึ่งนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ธ.จ.” ประกอบด้วย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเขตอำนาจในจังหวัดเป็นประธาน และผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนในจังหวัดนั้นเป็นกรรมการ

โดยจังหวัดแพร่มีอำเภอ จำนวน 8 อำเภอ ซึ่งตามระเบียบกำหนดให้จังหวัดที่มีอำเภอไม่เกิน 10 อำเภอ ให้มีกรรมการจำนวนไม่เกิน 14 คน ประกอบด้วยประธานและผู้แทนภาคประชาสังคมไม่เกิน
7 คน ผู้แทนสมาชิกสภาท้องถิ่น 3 คน และผู้แทนภาคธุรกิจเอกชน 3 คน เป็นกรรมการรมการ

โดย ก.ธ.จ. มีอำนาจหน้าที่
(1) สอดส่องผลการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดให้ใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (2) แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในกรณีที่พบว่า มีการละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ หรือข้อบังคับ หรือมีกรณีทุจริต
(3.) เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติและการส่งเสริมตามหลักคุณธรรมจริยธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐแก่ผู้ว่า
ราชการและหน่วยงานของรัฐในจังหวัด 4. ติดตามผลการปฏิบัติตามมติ ก.ธ.จ. 5.แต่งตั้งที่ปรึกษาด้านวิชาการ การประชาสัมพันธ์ หรือด้านอื่นๆ และด้านในจำนวนไม่เกินสามคน 6. เผยแพร่ผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อสาธารณะตามที่เห็นสมควร

ทางผู้ว่าฯ ได้มีการรือที่ประชุมว่า จะใช้วิธีการแบบไหนในการสรรหา โดยที่ประชุมขอให้มีการลงคะแนนแบบลับ เนื่องจากมีผู้แทน สอบจ.และสท.เป็นจำนวนมาก สำหรับการสรรหาผู้แทนภาคประชาสังคม ไม่มีการลงคะแนนเนื่องจากว่า มีการเสนอชื่อมาเพียง 7 อำเภอเท่านั้น คือ 1. นายธีรพงษ์ ธงออน ผู้แทนอำเภอเมืองแพร่ 2.นายเอกพงศ์ เสียงเพราะ อำเภอสูงเม่น 3. อำเภอเด่นชัย ไม่ส่ง 4. นางชุติมา แก้วเกตุ อำเภอวังชิ้น 5. นายสถาพร พิศิษฎ์สังขกุล อำเภอลอง 6. นางตรีชฎา ยี่ดวง ผู้แทนอำเภอสอง 7. นางภรธนา เป็นดี อำเภอร้องกวาง 8. นายวินัย ภาคาผล อำเภอหนองม่วงไข่

การสรรหาภาคประชาสังคมในครั้งนี้มี คณะกรรมการชุดเดิมเพียง 3 ท่าน หนึ่งในนั้นคือ
นายธีรพงษ์ ธงออน ที่ทำหน้าที่ตรงนี้ยาวนาน ได้มีโอกาสเรียนรู้จากการทำงานมากพอ นอกนั้นเป็นผู้แทน ท่านใหม่

ผู้แทนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มีผู้แทนสมาชิกสภาองค์การบริหารจัดการแพร่ ทั้งหมด 8 ท่าน มี 2 กลุ่มที่ชิงชัย

ผลจากการลงคะแนน นายณัฐชานนท์ พรรัตน์อนันต์ สมาชิกาสภา อ.เมืองแพร่ ได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนในครั้งนี้

สำหรับผู้แทนสมาชิกสภาเทศบาล มีผู้แทนมากันพร้อมหน้า และลงคแนนให้ นายนพดล วังใน ดีกรีประธานสภาเทศบาลเมืองแพร่ พี่ใหญ่ให้ทำหน้าที่

ในส่วนผู้แทนหอการค้าจังหวัดแพร่ นายธนายุทธ สุภณาวรรณ์ ได้รับการสรรหา ทำหน้าที่ในครั้งนี้เป็นเอกฉันท์

ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ มีรายชื่อหลายท่าน แต่ยกให้ นายประยุทธ์ชาโป่ง อดีต ก.ธ.จ.ในสายนี้ทำหน้าที่ต่ออีกสมัย ส่วนผู้แทนสมาคมการค้าจังหวัดแพร่ นายณัฐยศ กันหมด ได้รับ การสรรหาให้ทำหน้าที่ ในครั้งนี้

ส่วนผู้แทนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องรอกระบวนการเลือกตั้งและรอกกต.รับรองผลแล้ว ถึงมีการสรรหา ในการประชุมครั้งต่อไป

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
061-595-5297

You May Also Like