น่าน – วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่บริเวณหนองน้ำครก ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่านทั้ง 3 เขตของพรรคกล้าธรรม ท่ามกลางประชาชนเรือนหมื่นที่เดินทางมาร่วมให้การต้อนรับอย่างคึกคัก
บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ประชาชนนำช่อดอกไม้ พวงมาลัยดาวเรือง และผ้าขาวม้ามามอบให้ พร้อมขอถ่ายภาพร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้สมัคร สส.ทั้ง 3 เขต ร่วมขึ้นเวทีอย่างพร้อมเพรียง

ระหว่างการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของนักการเมืองว่า ต้องทำตัว “เป็นขี้ข้าประชาชน ไม่ใช่เจ้าคนนายคน” พร้อมเตือนผู้สมัครให้ยึดหลักเสมอต้นเสมอปลาย อย่าทำเฉพาะช่วงหาเสียง แต่เมื่อได้รับเลือกแล้วกลับไม่เหลียวแลประชาชน พร้อมย้ำว่า นักการเมืองลักษณะดังกล่าวไม่ควรได้รับการเลือกตั้ง
ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าธรรม การเปิดเวทีปราศรัยในพื้นที่ใด ถือเป็นการ “ปักธง” ทางการเมืองในพื้นที่นั้น โดยจังหวัดน่าน ประชาชนได้ร้องขอให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และปัญหาการเกษตรอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งตนได้ผลักดันโครงการสำคัญหลายโครงการ อาทิ โครงการสะพานข้ามปากนาย อำเภอนาหมื่น โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 5 แห่ง กระจายทั่วจังหวัดน่าน โครงการอ่างเก็บน้ำกิ งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว โครงการอ่างน้ำกอน และอ่างน้ำรี ที่อยู่ระหว่างการออกแบบและสำรวจ
โครงการขุดลอกแม่น้ำน่าน ระยะทาง 340 กิโลเมตร เพื่อชะลอและบริหารจัดการน้ำ แผนก่อสร้าง “แม่น้ำน่านสาย 2” หรือทางผันน้ำเลี่ยงเมือง ระยะทางรวม 51 กิโลเมตร ในเขตอำเภอเมืองและอำเภอเวียงสา เป็นหนึ่งในแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว
โดยย้ำว่า “สิ่งที่พูด คือสิ่งที่ทำ และทำมาก่อนที่จะพูด”
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาที่ดินทำกินและพืชผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของชาวน่าน โดยได้ดำเนินการนำที่ดิน ส.ป.ก. ที่ถูกยึดไว้แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ กลับมาออกเอกสารสิทธิ์ให้ประชาชน จากครุฑสีเขียวเป็นครุฑสีแดง เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และต่อยอดการทำกินได้อย่างยั่งยืน
ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุว่า หากพรรคกล้าธรรมได้รับความไว้วางใจ จะสามารถสานต่อนโยบายสำคัญได้ทันที ทั้งโครงการรถไฟรางคู่ แพร่–น่าน รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม
ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ฝากถึงประชาชนจังหวัดน่านว่า แม้ตนจะเป็นคนจังหวัดพะเยา แต่พะเยาและน่านเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกัน หากพัฒนาไปพร้อมกัน จะเกิดพลังเช่นเดียวกับเชียงใหม่–เชียงราย พร้อมย้ำว่า หากมี สส.พรรคกล้าธรรม เป็นตัวแทนในพื้นที่ ก็เสมือนมีตนคอยดูแล รับฟัง และแก้ไขทุกปัญหาให้พี่น้องประชาชน
พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยขอให้เลือกผู้สมัคร สส.เขต พรรคกล้าธรรม เขต 1 พรรคกล้าธรรม ผู้สมัครเบอร์ 8 ว่าที่ร้อยตรี ณัฐ เธียรสูตร เขต 2 พรรคกล้าธรรม ผู้สมัครเบอร์ 3 นาย ประสิทธิ์ โนทะ เขต 3 พรรคกล้าธรรม ผู้สมัครเบอร์ 1นายรัฐภูมิ ขันสลี และกาพรรคกล้าธรรม หมายเลข 42 เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการบริหารประเทศ และเป็นตัวแทนของประชาชนและเกษตรกรอย่างแท้จริง
ร.อ. ธรรมนัส กล่าวด้วยว่า สำหรับสนามเลือกตั้งในจังหวัดน่าน พรรคกล้าธรรมหวังเป็นทางเลือกใหม่ที่พร้อมรับใช้ประชาชน ด้วยผลงานที่เคยดำเนินการมาในอดีต ทั้งนี้ พรรคมีการคาดการณ์เป้าหมายจำนวนที่นั่งในสภาไว้ที่ประมาณ 50 ที่นั่งขึ้นไป โดยมองว่ายุทธศาสตร์ในช่วงโค้งสุดท้ายจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ประสิทธิ์ สองเมืองแก่น จ.น่าน

