กาญจนบุรี – สถานการณ์น้ำมันแพง สงกรานต์นี้ไม่รู้ไปไหน!! นายอำเภอชวนเที่ยวแหล่งท่องเที่ยงทางศาสนาประเพณี วัฒนธรรม อำเภอห้วยกระเจา

อำเภอห้วยกระเจา เป็น 1 ใน 13 อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีพื้นที่ประมาณ 622 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 388,750 ไร่ อำเภอห้วยกระเจาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 ตำบล 73 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ต.ห้วยกระเจา 21 หมู่บ้าน ต.วังไผ่ 11 หมู่บ้าน ต.ดอนแสลบ 24 หมู่บ้าน และ ต.สระลงเรือ 17 หมู่บ้าน ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเลาขวัญ ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพนมทวน ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภออู่ทอง (จังหวัดสุพรรณบุรี) และทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบ่อพลอย มีคำขวัญประจำอำเภอว่า แหล่งหนองนาทะเล เสน่ห์ไทยทรงดำ หัตถกรรมทอผ้า พระปรางค์ล้ำค่าเขารักษ์ เลื่องลือนักวัวลาน ถิ่นฐานรำแคน ดินแดนรำเหย่ย งามเอยประเพณีแห่เทียน” ปัจจุบันอำเภอห้วยกระเจา มีนางสาวภัทราภรณ์ แนวศิริ เป็นนายอำเภอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวภัทราภรณ์ แนวศิริ นายอำเภอห้วยกระเจา กล่าวว่า อำเภอห้วยกระเจาเป็น 1 ในอำเภอที่มีความแห้งแล้งซ้ำซาก เนื่องจากเป็นพื้นที่เงาฝน จนถูกขนานนามว่าเป็น อีสานภาคกลาง ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้จากการทำอาชีพเกษตรกร และค้าขาย บุตรหลานที่จบการศึกษาส่วนใหญ่แล้วจะเดินทางไปทำงานที่ กทม.หรือต่างจังหวัดทั้งไกล้และไกล นานๆ ครั้งบุตรหลานจะได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมหน้าพร้อมตาของคนในครอบครัว โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวประเพณวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆนี้ ซึ่งปีนี้รัฐบาลประกาศให้วันสงกรานต์ หยุดระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 รวม 5 วัน ทำให้บุตรหลานได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น

ถึงแม้นว่าอำเภอห้วยกระเจาของเราจะไม่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเหมือนอำเภออื่นๆก็ตาม แต่อำเภอของเรามีแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา ประเพณี วัฒนะธรรม รวมถึงแหล่งเรียนรู้ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของอำเภอห้วยกระเจาอยู่มากมาย โดยคาดว่าช่วงหยุดยาวประเพณีวันสงกรานต์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอห้วยกระเจาของเราไม่น้อยเลยทีเดียว

นางสาวภัทราภรณ์ แนวศิริ กล่าวว่า หากนักท่องเที่ยวที่มาแต่ยังไม่ทราบว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี ดังนั้น วันนี้ในฐานะนายอำเภอห้วยกระเจา จึงขอเสนอแหล่งท่องเที่ยวและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่สำคัญของอำเภอห้วยกระเจา ให้ทราบตามลำดับ ดังนี้
ลำดับที่ 1.วัดทิพย์สุคนธาราม ตั้งอยู่ถนนสาย(บ่อพลอย-อู่ทอง) ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา ภายในมีพระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์ พระพุทธรูปปางขอฝน (ปางคันธารราฐ) ซึ่งหล่อด้วยสำริดที่มีความสูงถึง 32 เมตร (เทียบเท่าตึกประมาณ 8-10 ชั้น) หากรวมฐานด้วยจะสูงถึง 52 เมตร ถือเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่และสูงที่สุด ในประเทศไทย และถือเป็นแลนด์มาร์ค ทางพุทธศาสนาที่สำคัญ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดที่สูงที่สุดในไทย

ภายในบริเวณวัดยังมี อาคารนิทรรศการ ที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างองค์พระ ความสำคัญของพระพุทธศาสนา และการจำลองเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ทำให้เป็นมากกว่าที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ด้วย เกร็ดน่ารู้ วัดนี้เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกด้วย
ลำดับที่ 2. วัดสระลงเรือ ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3443 หมู่ 10 ต.สระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา อยู่ไม่ไกลจากวัดทิพย์สุคนธารามมากนัก ซึ่งวัดสระลงเรือเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จุดเดินคือเรือสุพรรณหงส์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นไฮไลต์หลักของวัด เรือสุพรรณหงส์จำลองขนาดมหึมา ถูกสร้างขึ้นกลางสระน้ำ มีความยาวถึง 180 เมตร ด้านบนเรือเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้ประชาชนได้ขึ้นไปกราบไหว้ ภายในลำเรือยังมีพิพิธภัณฑ์เรือจำลองและภาพวาดฝาผนังที่สอดแทรกคติธรรมและสุภาษิตสอนใจ เอาไว้ด้วย

และนอกจากนี้ภายในวัดยังมี หลวงพ่อใหญ่องค์ดำ (พระพุทธอนันตภูมิสุคคุตโต) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย ซึ่งเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประดิษฐานอยู่ในวิหารแก้วหน้าพระอุโบสถ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่มักมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและความสำเร็จในหน้าที่การงานอีกด้วย
ลำดับที่ 3. วัดเขารักษ์ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 5 ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างมาก เช่น พระปรางค์เขารักษ์ (โบราณสถานสมัยอยุธยาตอนปลาย) จุดเด่นที่สุดคือ องค์พระปรางค์ ซึ่งก่อด้วยอิฐสอดิน เป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนปลายที่หาชมได้ยากในแถบนี้ ลักษณะเป็นพระปรางค์ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง มีซุ้มจระนำทั้ง 4 ทิศ โดย กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2498 ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงการตั้งถิ่นฐานและอารยธรรม ของคนในพื้นที่มาแต่ยุคสมัยอดีต

เนื่องจากพระปรางค์ตั้งอยู่บนยอดเขาขนาดเล็ก แต่ต้องเดินขึ้นบันไดสูงถึง 365 ขั้น ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นไปจะได้พบกับ จุดชมวิวแบบมองเห็น 360 องศา ที่เรียกว่าจุดชมวิวพาโนรามา บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันกว้างไกลของทุ่งนาและหมู่บ้านในตำบลดอนแสลบ หากไปยามเย็นจะได้เห็นความสวยงามของพระอาทิตย์ตกเป็นสีคราม ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอห้วยกระเจา เลยก็ว่าได้
ลำดับที่ 4. งานประเพณีแห่เทียนพรรษา อำเภอห้วยกระเจาได้สืบสานศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันดีมาอย่างยาวนาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณี เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ ฟื้นฟูวัฒนธรรมการแต่งกายและมารยาทอันดีงามของไทย เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ ฟื้นฟูการแสดง การละเล่นพื้นบ้าน และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขให้คงอยู่สืบไป โดยมีกิจกรรมการประกวดขบวนแห่รถบุปผชาติ การประกวดธิดาเทียน และการออกร้านจำหน่ายสินค้าโอทอป เป็นต้น
และลำดับที่ 5. งานสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยทรงดำ วัดพรหมนิมิต ต.สระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสงบและมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากวัดสระลงเรือ อัตลักษณ์และการแต่งกาย (เสื้อฮี) ชาวไทยทรงดำในพื้นที่นี้ยังคงรักษาประเพณีการแต่งกายไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในงานบุญหรือเทศกาลสำคัญ เราจะเห็นชาวบ้านสวม “เสื้อฮี” ซึ่งเป็นเสื้อแขนยาวสีดำ ปักลวดลายประณีตด้วยไหมสีสันสดใสที่ชายเสื้อและปกเสื้อ รวมถึงการนุ่งผ้าซิ่นลายแตงโมที่เป็นเอกลักษณ์

สำหรับงานสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยทรงดำ มีวัดพรหมนิมิต เป็นศูนย์กลางในการจัดงาน มักจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน (ใกล้เคียงสงกรานต์) ของทุกปี เมื่อถึงเวลาจะมีการรวมตัวกันทำบุญ มีการละเล่นพื้นบ้าน และการรำแคน ส่วนพิธีเสนเรือน เป็นพิธีไหว้ผีบรรพบุรุษเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน” นายอำเภอห้วยกระเจา กล่าว
……………………
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

You May Also Like