กาฬสินธุ์เดินหน้าโมเดลปกป้องชุมชนจากเหตุจิตเวชรุนแรง

จังหวัดกาฬสินธุ์เดินหน้า Kalasin Guard Model “โมเดลปกป้องชุมชน จากเหตุจิตเวชรุนแรง ด้วยความร่วมมือระดับพื้นที่” สั่งการทุกอำเภอปูพรม Re X-ray ผู้ค้า ผู้เสพ เร่งรัดนำผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดสู่การบำบัดรักษา
วันที่ 16 มกราคม 2569 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของ จ.กาฬสินธุ์ ว่า จ.กาฬสินธุ์ของเราได้กำหนดให้การป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระที่สำคัญของจังหวัด โดยได้มีการดำเนินการตามมาตรการหลัก 3 ด้าน คือ การป้องกัน การปราบปราม และการบำบัดฟื้นฟู ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการค้นหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติด
เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน ผ่านศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) ซึ่งถือเป็นกลไกหลักสำคัญในการบูรณาการฝ่ายปกครองและหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งตำรวจ ทหาร ป.ป.ส. สาธารณสุข เร่งค้นหานำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้นกับผู้ค้ายาเสพติด ที่สำคัญคือ การลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาผู้ที่มีอาการจิตเวชจากยาเสพติด
ซึ่งถือได้ว่าเป็นปัญหาที่พบและมีผลกระทบต่อความสงบสุขของชุมชนโดยตรง ประกอบกับได้รับเสียงสะท้อนมาจากในระดับพื้นที่ว่าปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดที่ได้ก่อเหตุความรุนแรงกับบุคคลใกล้ชิด ครอบครัว จนส่งผลกระทบ ต่อความปลอดภัยของคนในชุมชนตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวตามหน้าสื่อในปัจจุบันนี้
ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ได้ตระหนักและความสําคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดที่เกิดขึ้น อันเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน และเป็นการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยจิตเวชให้ได้รับการดูแลรักษาในสาธารณสุขโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งการดําเนินงานดังกล่าวนั้นจําเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยได้รับการสนับสนุนด้วยดียิ่งจาก พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ผศ.(พิเศษ)นพ.สุรเชษฐ์ ภูลวรรณ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกอบจ.กาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมมือกันในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว
นายสุวรรธณ์ กล่าวต่อว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง มีแนวโน้มจะเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน รวมไปถึงความสงบเรียบร้อยของสังคม หมู่บ้าน/ชุมชน จากจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นและเกินกว่าศักยภาพของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง จึงได้กำหนดให้นายอำเภอ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอ (ศป.ปส.อ.) ทั้ง 18 อำเภอ เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง โดยพิจารณาจากพฤติกรรมของผู้มีอาการทางจิตในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง และเกินศักยภาพของหน่วยงาน ในระดับพื้นที่ที่จะควบคุม เยียวยา หรือบำบัดรักษาได้
พร้อมลงนามรับรองจากตัวแทนหน่วยงานหลัก ได้แก่ นายอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ผู้กำกับการ/หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่อำเภอ และประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ และจัดส่งข้อมูลให้ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) เพื่อจะได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อำเภอตาม แนวทาง Kalasin Guard Model
“ปกป้องชุมชน จากเหตุจิตเวชรุนแรง ด้วยความร่วมมือระดับพื้นที่” โดยประยุกต์เข้ากับบริบทปัญหาในแต่ละพื้นที่ และตามแนวทางการบำบัดรักษาของกระทรวงสาธารณสุข ผ่านกลไกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และให้มีการเร่งรัดการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว เพื่อมุ่งลดอันตรายหรือเหตุการณ์ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อจิตใจ ร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน ตลอดจนความสงบเรียบร้อยของสังคม ชุมชน หมู่บ้าน และครอบครัวได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงตามแนวทาง Kalasin Guard Model “ปกป้องชุมชน จากเหตุจิตเวชรุนแรง ด้วยความร่วมมือระดับพื้นที่ ” ในพื้นที่บ้านคอนเรียบ หมู่ที่ 1 ตำบลหลุบ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง
จากข้อมูลการติดตามผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชนพบว่า มีประวัติรับการรักษาไม่ต่อเนื่อง มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้และเสี่ยงต่อการก่อปัญหารุนแรงขึ้นในชุมชน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์จึงได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการเข้าแก้ไขปัญหา จนสามารถนำส่งผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อคัดกรองตามกระบวนการทางสาธารณสุข จากนั้นจะได้ส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดอาการจิตเวชจากยาเสพติดที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่นต่อไป
ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 นางสาวอ้อมอารีย์ ยี่วาศรี นายอำเภอกุฉินารายณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกชัย แสนสระดี ผกก.สภ.กุฉินารายณ์ สั่งการให้ทีมผู้ปกป้องฯ ลงพื้นที่ปูพรมติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติรุนแรงจากการใช้สารเสพติดในเขตพื้นที่ตำบลบัวขาว
โดยสนธิกำลังระหว่าง ปลัดอำเภอ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, ทีมแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.กุฉินารายณ์ 6 โดยมีเป้าหมายเป็นผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มเสี่ยงสูงจำนวน 4 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการฉีดยาระงับอาการตามแผนการรักษา พร้อมให้คำแนะนำแก่ญาติในการดูแลและกำชับให้ทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกลับมาคลุ้มคลั่ง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากครอบครัวผู้ป่วย ซึ่งต่างรู้สึกอุ่นใจที่ภาครัฐเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความหวาดระแวงของคนในชุมชนและสร้างความปลอดภัยให้พื้นที่อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ฝ่ายความมั่นคงอำเภอห้วยผึ้ง ได้เดินหน้าตามแนวทาง Kalasin Guard Model “ปกป้องชุมชน จากเหตุจิตเวชรุนแรง ด้วยความร่วมมือระดับพื้นที่” ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือกับทีมอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบและเข้าระงับเหตุผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตและแสดงอาการรุนแรงอันเนื่องมาจากการใช้สารเสพติด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลรอบข้างและทรัพย์สินของประชาชน โดยนำตัวชายจำนวน 2 ราย ที่มีอาการผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรงเข้ารับการรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลห้วยผึ้ง และส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติอีกครั้ง
ทั้งนี้จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอยืนยันว่า เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งด้านการปราบปรามยาเสพติด เพื่อตัดวงจรการผู้ค้ายาเสพติด ขยายผลผู้ค้าจากผู้เสพทุกรายให้ครบทั้งวงจร และสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนจากปัญหาผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดในก่อเหตุความรุนแรงและก่อเรื่องสะเทือนขวัญที่ปรากฏตามข่าวสารในปัจจุบันอันเป็นความสูญเสียที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวใด ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่สามารถทำได้ด้วยการปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคู่ไปกับการดูแลบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง จังหวัดกาฬสินธุ์จะเร่งขับเคลื่อนแนวทาง Kalasin Guard Model
“ปกป้องชุมชน จากเหตุจิตเวชรุนแรง ด้วยความร่วมมือระดับพื้นที่” ด้วยกลไกการติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัดและผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้มข้น เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ผู้ป่วยขาดยารักษาและหันกลับไปพึ่งพายาเสพติด พร้อมทั้งจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ค้าต่อไป และที่สำคัญ คือ “พลังของพี่น้องประชาชน” เราจะมุ่งสร้างพลังมวลชนในการ X-Ray ทุกพื้นที่ และส่งเสริมให้มีขบวนการตาสับปะรด ช่วยสอดส่องดูแลและให้ข่าวกับภาครัฐ และเฝ้าระวังไม่ให้ผู้เสพยาเสพติดหรือมีอาการคุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติด ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ กล่าว.
อย่างไรก็ตามทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน สร้างสังคมไทยที่ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยประชาชนสามารถร่วมแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 หรือเบาะแสผู้ค้า แจ้ง สายด่วน ป.ป.ส. 1386 หากพบเห็นผู้มีอาการทางจิตจากยาเสพติด ให้ญาติ/คนใกล้ชิด ผู้นําชุมชน แจ้งขอความช่วยเหลือไปที่ ตำรวจ 191 และสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งเบาะแส/ร้องเรียน ต่างๆ ได้ทางเพจ Facebook : ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาฬสินธุ์ #กาฬสินธุ์ #ปราบปรามยาเสพติด

You May Also Like