นครปฐม ผบช.ภ.7 ควงผู้การฯนครปฐม แถลงจับเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ได้ยาบ้า 3.9 แสนเม็ด

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ชุดสืบสวนและคลี่คลายคดี นำส่งผู้ต้องหาแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดโดยได้ของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 3.99 แสนเม็ด หลังมีพฤติกรรมขับรถมาพบด่านและแสดงท่าทางผิดปกติสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าได้รับยาดังกล่าวเพื่อจะนำไปส่งให้ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาโดยได้รับค่าจ้างมาแล้วเป็นเงินมัดจำ 10,000 บาทจากเงินค่าจ้างจำนวน 1.5 แสนบาท เจ้าหน้าที่จึงได้เตรียมขยายผลและทำการยึดทรัพย์เพื่อติดตามหาต้นทางของยาชุดดังกล่าวต่อไป

วันนี้ 19 มกราคม 69 ที่ตำรวจภูธรภาค 7 อ.เมือง จ.นครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม
พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรังสรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม และชุดคลี่คลายคดี แถลงผลการดำเนินการในการจับกุมผู้ต้องหาหลายราย พร้อมของกลางยาเสพติด (ยาบ้า) 3.99 แสนเม็ด และรถยนต์ รวมถึงของกลางหลายรายการ

พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เผยว่าการจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่สมารถจับกุม นายรีดูวัน อายุ 41 ปี (สามี) ชาวจังหวัดนราธิวาส นางสาวนูรอัยนี อายุ 20 ปี (ภรรยา) ชาวนาธิวาส พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าจำนวน 399,600 เม็ด โทรศัพท์มือถือจำนวนสองเครื่อง รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าวีออส สีขาว ทะเบียน กรุงเทพ โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า โดยไว้เพื่อหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า โดยก่อให้เกิดการกระจาย ในกลุ่มประชาชน โดยทำให้เกิดผลต่อความมั่นคง เป็นผู้ขับขี่เสพติดให้โทษ 1 โดยผิดกฎหมาย เสพติดให้โทษประเภที่ 1 โดยผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่บริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ถนนเพชรเกษม ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม กล่าวว่าการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดนครปฐม ได้พบรถยนต์เก๋งต้องสงสัย จึงได้ทำการเรียกตรวจสอบเนื่องจากมือพฤติกรรมผิดสังเกต โดยสามารถจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลางซึ่งได้ซุกยาบ้าเกือบ 400,000 เม็ดไว้ที่บริเวณหลังรถ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การว่าได้รับค่าขนส่งยาครั้งนี้ที่ลำเลียงจากอำเภอกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม ไปส่งปลายทางที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา โดยได้รับค่าจ้าง 150,000 บาท และมีการโอนมัดจำไว้แล้ว 10,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบปัสสาวะของผู้ต้องหาที่หนึ่งพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนผู้ต้องหาที่สองไม่พบสารเสพติด

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนที่ถูกจับโกงครั้งนี้มีเครือข่ายรับยาบ้ามาจากจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อจะไปส่งในพื้นที่เขตภาคใต้ซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานในการยึดทรัพย์และตรวจสอบเส้นทางทางการเงินเพื่อจะขยายผลไปหาตัวการรายใหญ่ต่อไป

ภาพ/ข่าว กิตติพงษ์ จันทร์ละมูล ผู้สื่อข่าว จ.นครปฐม

You May Also Like