
จากกรณีการเผยแพร่ข้อความผู้สื่อข่าวอาวุโสช่อง 9 ตบหน้าผู้ช่วยไทยพีบีเอส กลางทำเนียบรัฐบาล จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง
.
เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงได้มีการเชิญคู่กรณีมาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีผู้บริหารของไทยพีบีเอส และ อสมท รวมถึงประธานสมาพันธ์พนักงานไทยพีบีเอส และประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมสรุปข้อเท็จจริง บนพื้นฐานที่คู่กรณีต่าง เป็นพี่น้องร่วมสนามข่าวการเมือง และมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน
.
โดยผู้สื่อข่าวอาวุโสช่อง 9 ได้ชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นว่า เป็นการหยอกล้อเหมือนที่เคยกระทำต่อกัน และในวันเกิดเหตุได้ไปไหว้และขอโทษ แต่หากยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จนทำให้ น้อง ซึ่งหมายถึง ผู้ช่วยช่างภาพไทยพีบีเอส ไม่สบายใจ และรู้สึกว่าถูกดูหมิ่นศักดิ์ศรี ก็พร้อมที่จะกล่าวคำขอโทษในทุกพื้นที่อีกครั้ง
.
ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายคือ ผู้ช่วยช่างภาพไทยพีบีเอส เมื่อได้ทราบข้อเท็จจริงจากใจผู้สื่อข่าวอาวุโสของช่อง 9 และจากที่รู้จักคุ้นเคยกันมา ก็เชื่อว่าไม่ได้มีเจตนา หรือเป็นบุคคลที่มีลักษณะถืออาวุโสที่ต้องการทำร้ายตนเอง ตามที่เป็นข่าว โดยพอใจต่อการที่ผู้สื่อข่าวอาวุโสช่อง 9 ได้เดินทางมากล่าวคำขอโทษ ณ ไทยพีบีเอส สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต ตามที่ร้องขอ
.
ในท้ายที่สุด ทั้งผู้บริหาร และตัวแทนพนักงานไทยพีบีเอส และ อสมท ต่างเห็นตรงกันว่า ทุกตำแหน่งงานในองค์กรถือเป็นกลไกสำคัญและเสมือนบุคคลหนึ่งในครอบครัว ซึ่งเป็นจุดยืนที่ตรงกัน
.
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความเข้าใจผิดระหว่างบุคคล ซึ่งที่สุดแล้วได้จบลงด้วยความสัมพันธ์ที่ดี ให้อภัยและเห็นใจซึ่งกันและกัน มิใช่ความขัดแย้งระหว่างองค์กร ที่ทางไทยพีบีเอส และ อสมท ต่างมีจุดยืนเดียวกัน ในการให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และมุ่งทำหน้าที่เสนอข่าวสารข้อเท็จจริงในทุกแง่มุมให้เกิดประโยชน์แก่สังคมต่อไป

