วันที่ 20 มค.69 นายประภาส รักศรี กำนันตำบลบ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่าบ่อบำบัดน้ำเสียจากนิคมอุตสาหกรรมบ่อทองไหลซึมลงคลองสาธารณะซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาบ่อบำบัดน้ำเสียได้ปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะ เป็นเหตุให้ปลาตายเป็นจำนวนมากจากการลงพื้นที่ตรวจสอบวันนี้พบว่า บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียที่เคยปล่อยน้ำเสียลงมาได้ทำคันดินสูงขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำเสียไม่ให้ไหลออกมา

ซึ่งบ่อบำบัดน้ำเสียที่อยู่ติดกับคลองสาธารณะนั้นสูงกว่าคลองสาธารณะ 2เมตร ทำให้น้ำไหลซึมลงคลองและมีแนวโน้มว่าน้ำจะรั่วซึมแรงขึ้นเนื่องจากคันดินที่ถมนั้นเป็นดินใหม่ที่มีน้ำเสียจำนวนมากเกือบจะล้นขอบบ่อ และพบว่าคนงานของนิคมอุตสาหกรรมได้นำเครื่องสูบน้ำออกจากบ่อน้ำเสียที่อยู่ติดคลองสาธารณะ เพื่อไม่ให้น้ำไหลซึมลงของสาธารณะ
นายประภาส กล่าวว่าวันนี้ได้มาตรวจสอบพบว่าได้พบเห็นน้ำเหมือนน้ำคลำทั่วไปมีกลิ่นเน่า แต่แม่น้ำมีอะไรเจือปนหรือไม่เราไม่รู้ซึ่งในวันนั้นได้มาตรวจสอบสอบค่าพีโอฯทราบว่ามันมีค่าเป็น 0 แสดงว่าน้ำมันมีพิษทำให้ปลาตายในวันนั้น น้ำที่เห็นในวันนี้ก็ยังมีปริมาณมากน้ำที่เสียน่าจะเกิดจากโรงงานที่เห็นด้านข้างนี่แหละครับ โรงที่หนึ่งเปิดประกอบการแล้วโรงที่ 2 ที่มีปล่องควันเนี่ยได้เสนอความคิดเห็นไปแล้วก็มีพวกเราไปค้านเพื่อที่จะได้แสดงความคิดเห็น แต่ว่าไม่รู้ว่าได้ใบอนุญาตหรือยังเห็นปล่องควันมันขึ้นเขาทำงานตลอด 24 ชั่วโมงแล้วอันนี้อีกอันหนึ่งที่ผมยังคาใจอยู่ว่าถ้าเขายังไม่ได้รับอนุญาตแต่ก็ปล่อยน้ำเสียออกมาแล้วเนี่ยก็แปลว่าเขาฝ่าฝืนหรือครับ ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตแต่เขาดำเนินการแล้วอันนี้ผมถือว่าเป็นความเสียหายของพี่แยกบ้านเมืองเลยนะ
และยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าอันนี้รอบเดิมแล้วก็มีท่อเรามาตรวจแล้วเขาก็ปิดท่อเอาท่อออกแต่น้ำเสียยังอยู่นะคับ วิธีการแก้ของเขาก็คือทำคันดินกั้นภาพที่เห็นมีน้ำซึมอยู่การกันน้ำเสียแบบนี้มันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา เพราะน้ำมันยังซึมอยู่ตลอดเวลา แล้วซึมไปไหนครับน้ำมันซึมลงคลองที่ปลาตายครับ

