
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหลายพื้นที่มีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อยเพื่อดับไฟที่เผาทั่วไปในป่าในไร่ได้พอสมควร นายชวโรจน์ มากแก้ว นายอำเภอบ่อพลอย อย่างไรเสียก็ยังต้องฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายให้ควาร่วมมือช่วยกันรณรงค์ไม่เผาทุกชนิด เพื่ออากาศบริสุทธิ์ เพื่อลูกเพื่อหลานของคนบ่อพลอยของเรา
ปีนี้ 2569 นายอำเภอบ่อพลอยขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการสืบสานรักษาและต่อยอด พระราชปณิธาน การพัฒนาลุ่มน้ำห้วยตะเพิน อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระพระเจ้าอยู่หัวฯ พระรัชกาลที่ 9 ดำรัสไว้เมื่อปี 2533
ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำคลองหนองบึงแก้มลิง ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ในยามหน้าแล้ง และให้เป็นสถานที่กักเก็บน้ำ ไว้ในยามหน้าฝนเพื่อเป็นแก้มลิงเพื่อลดปัญหาการน้ำท่วมให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
และวันที่ 22 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี ได้รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศที่สถานีตรวจวัด ตำบลบ้านเหนือ อำเอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี สภาพอากาศประจำวันที่ 22 ม.ค.2569 ระบุว่า คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มีค่า 46.3 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิเอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบวีอาร์เอส (VIIRS) ตรวจจุดความร้อน (Hotspot) ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง พบจำนวน 3 จุด เกิดขึ้นในพื้นที่ สปก. 2 จุด และ เขตทางหลวง 1 จุด
จากคุณภาพอากาศข้างต้น แนะนำให้ เด็ก คนชรา สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ถ้ามีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าออก ปวดศรีษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์ ส่วนประชาชนทั่วไป ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เขตชลประทานเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร (พื้นที่ทำนา) ของจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพื้นที่นำร่องอยู่ในอำเภอพนมทวน ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมาย หมู่ที่ 1 – 4 ตำบลทุ่งสมอ เนื้อที่ประมาณ 6,000 ไร่ และ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโรง , หมู่ที่ 6-7 ตำบลพนมทวน เนื้อที่ประมาณ 6,000 ไร่ รวมเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่
พื้นที่ทำนาทั้งหมดอยู่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน คลองส่งน้ำ 1 ซ้าย (คลอง 1 ซ้าย) โดยมี นายสุเทพ วงศ์วัชรมงคล นายอำเภอพนมทวน นายเอนก ชื่นอารมณ์ เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี นายธนพล อาร์จอสนีย์ ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี ผู้แทนผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านพื้นที่เป้าหมาย เข้าร่วมประชุม
โดยในปีนี้ (2569) คาดการณ์ว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพนมทวน จะเริ่มปล่อยน้ำคลองส่งน้ำ 1 ซ้าย ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และคาดการณ์ว่าน้ำเต็มพื้นที่ทำนาพื้นที่เป้าหมาย 12,000 ไร่ ภายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
จากนั้นปล่อยให้น้ำแห้งอีกประมาณ 15 วัน เพื่อย่อยสลายตอซังข้าวทำให้ข้าวดีดข้าวเด้งขึ้นอีกหนึ่งรอบ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มทำนาได้ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเร็วกว่าปกติและได้ประโยชน์มากกว่าการเผาตอซังข้าว เนื่องจากทำให้หน้าดินไม่เสีย อีกทั้งยังได้ปุ๋ยจากการหมักตอซังข้าวและแก้ไขปัญหาข้าวดีดข้าวเด้ง
อย่างไรก็ตาม เป็นการบริหารน้ำแบบปีต่อปี หากในปีถัดไปมีตัวชี้วัดการเผาที่ลดลงและมีปริมาณน้ำต้นทุนเพียงพอก็จะสามารถปล่อยน้ำเข้านาได้ก่อนปกติเพื่อลดการเผาตอซังข้าวต่อไป ทั้งนี้ ได้กำชับให้ผู้นำท้องที่ได้สร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรได้เข้าใจในประโยชน์ของการบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาการเผาและมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการเผาในที่โล่งในเขตควบคุมการเผาของจังหวัดกาญจนบุรี อีกด้วย
ด้านนายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ กล่าวว่า มาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในการประชุมมีความเห็นชอบใน 6 มาตรการ 1. จัดตั้งศูนย์ ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในระดับอำเภอ เพื่อเฝ้าระวัง และติดตาม ประเมินสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ
- เตรียมความพร้อม บุคลากร และยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการดับไฟป่า และจัดตั้งชุด ในการดับไฟป่าและลาดตระเวน
- จัดชุดปฏิบัติการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในแต่ละตำบล ร่วมกับ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฎิบัติหน้าที่
- ประชาสัมพันธ์และกระจายข่าว เสียงตามสาย และดำเนินการในเชิงรุก โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบในข้อปฏิบัติ และโทษที่ผู้กระทำผิดควรได้รับตามลำดับ
- สนับสนุนในการดำเนินงาน ตามมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหา การเผาในพื้นที่ของอำเภอทองผาภูมิ และมาตรการที่
- การรายงานผล การดำเนินการ การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นขนาดเล็ก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานให้อำเภอทองผาภูมิทราบ ในทุกวันอังคารผ่านกลุ่ม LINE จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง และให้สาธารณสุขอำเภอทองผาภูมิ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน รู้ถึงโทษและความอันตราย ของฝุ่นลองขนาดเล็ก pm2.5
ส่วนนายศราวุธ ศรีทันดร นายกเทศมตรีเทศบาลตำบลทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนชาวเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ว่า ด้วยสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในช่วงเดือน พฤศจิกายน – เมษายน ของทุกปี เริ่มมีผลต่อสภาพอากาศทำให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ติดต่อกันหลายวันอย่างต่อเนื่อง และหากมีแนวโน้มความรุนแรงมากขึ้นจะส่งผลกระทบที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพประชาชน อันมีสาเหตุจากการเผาในพื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน สาธารณะ การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม การเผาในพื้นที่ชุมชน/เมือง พื้นที่ริมทาง และอื่น ๆ
ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15,21 และ22 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ด้วยการประกาศกำหนดให้พื้นที่ทุกหมู่บ้าน/ตำบล/อำเภอ ในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็น “เขตควบคุมการเผา” และกำหนดมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมการเผา ดังนี้
เมื่อมีความจำเป็นต้องเผาวัชพืชในที่ดินทำกิน ให้ราษฎรผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว ขออนุญาตจากกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในเขตปกครองท้องที่นั้น ๆ ก่อนที่จะดำเนินการทุกครั้ง พร้อมกับต้องจัดทำแนวกันไฟและควบคุมไฟ มิให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยให้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่มีหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมในการดำเนินการดังกล่าว
หากราษฎรผู้ใดไม่แจ้งขออนุญาตต่อกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือขออนุญาตแล้วแต่ไม่จัดทำแนวกันไฟและมิได้ควบคุมไฟให้อยู่ในพื้นที่ที่ตนถือครอง จนเป็นเหตุให้ไฟลุกลามไหม้ป่า ให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ราษฎรที่ฝ่าฝืนทุกราย ให้ผู้อำนวยการอำเภอทุกอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องสอดส่องดูแลเอาใจใส่ ร่วมชี้แจงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ และปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 หรือจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ
////////////////////////
ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา ไหลวารินทร์

