เฮือกสุดท้าย ! ปลัดขยี้กามฯ ล่าสุด ขรก.ระดับสูง สั่งหน่วยงานเข้าช่วยปลัดฯ แม่เตรียมร้อง “มูลนิธิปวีณา”

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูศักดิ์ ติยะจามร ปลัดอำเภอสอง หัวหน้ากลุ่มงานปกครอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามที่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ตั้งขึ้นสอบสวนเหตุร้องเรียนกรณี ปลัดอำเภอกระทำการหลอกลวงนักเรียนหญิงไปทำอนาจารสำเร็จความใคร่หลายครั้งจนเด็กนักเรียนหญิงใจแตกไม่กลับบ้านมานานถึง 2 เดือนแล้ว

การเดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรม เพื่อทำการสอบสวนครั้งนี้ แม่นักเรียนหญิงผู้เสียหายเดินทางมาร่วมกับผู้เกี่ยวข้องรู้เห็นเหตุการณ์รวม 3 คน ได้เข้าพบคณะกรรมการดังกล่าวที่ห้องศูนย์ดำรงธรรม โดยมีทนาย
ความเข้าฟังเป็นพยานอีกด้วย การสอบสวนหาข้อเท็จจริงใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นคณะกรรมการได้ให้มีการทบทวนข้อมูลและลงลายมือชื่อผู้ให้ปากคำรับรองข้อมูลการสอบสวน จากนั้นทางศูนย์ดำรงธรรม จะได้เรียกปลัดอำเภอที่ก่อปัญหามาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ก่อนที่จะสรุปสำนวน คาดว่าจะส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ต่อไปในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้

ต่อมา ทางแม่ผู้เสียหายได้เข้าพบ ร.ต.อ.นัฐพงษ์ แสงมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.สอง ที่ห้องทำงาน สภ.สอง เพื่อติดตามและสอบถามความคืบหน้า การดำเนินคดีปลัดอำเภอ ร.ต.อ.นัฐพงษ์ฯ กล่าวว่าได้ตั้งข้อหา ความผิดเกี่ยวกับเพศ พรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปี แม้ผู้เยาว์จะยินยอมก็ตามเพื่อการอนาจาร ตามมาตรา 283 ทวิ และมาตรา 319 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งได้ออกหมายเรียกไปแล้ว
โดยปลัดฯ ได้ทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวน เพื่อขอเลื่อนวันเข้ารับฟังข้อกล่าวหา โดยจะมามอบตัวในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบสวนข้อเท็จจริง และสอบสวนทางวินัยคู่กรณีในครั้งนี้ดำเนินไปอย่างล่าช้า เวลาได้ผ่านไปแล้วกว่า 60 วัน ฝ่ายผู้กระทำความผิดพยายามที่จะหาหลักฐานยืนยันว่า เด็กนักเรียนหญิงได้ถูกแม่ทำร้าย มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.แล้ว รวมทั้งมี ข้าราชการระดับสูงในจังหวัดแพร่ โทรศัพท์ไปพูดคุยกับผู้อำนวนการโรงเรียนที่นักเรียนหญิงศึกษาอยู่แจ้ง โดยให้ครูส่งตัวนักเรียนหญิงไปอยู่ในการปกครองของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่ และล่าสุดในช่วงบ่ายของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแพร่ โทรศัพท์มาหาแม่ของเรียนหญิง เพื่อพยายามให้แม่อนุญาตให้ลูกไปอยู่ในการดูแลของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯ โดยทางแม่นักเรียนหญิงไม่ยินยอม และมีการสอบถามชื่อของเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว แต่ไม่กล้าบอกชื่อจริง โดยบอกเพียงว่า “ชื่อหมิว”

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถือเป็นการคุกคามผู้กระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือมีการแอบอ้างเจ้าหน้าที่ เพื่อพยายามที่จะเบี่ยงเบนคดี
อย่างไรก็ตามในขณะนี้ แม่ของนักเรียนหญิงที่ได้รับความเสียหาย มองว่า ในจังหวัดแพร่ ข้าราชการพยายามช่วยเหลือผู้กระทำผิด ซึ่งหลังจากนี้จะเดินทางเข้ากรุงเทพไปที่ “มูลนิธิปวีณา”

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

You May Also Like