
หนึ่งในจุดเกิดเหตุไฟป่าไหม้ในครั้งนี้คือพื้นที่ป่าบนเทือกเขาพังเหย ใกล้กับหมู่บ้านหลังสัน ต.วังตะเฆ่ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันไฟป่าและชาวบ้านต่างต้องนำอุปกรณ์ดับไฟตลอดคืนจนสามรถควบคุมไฟไว้ได้ พร้อมเตือนชาวบ้านอย่ามองเห็นแก่ผลประโยชนืน้อยนิดที่จะได้จากการลักลอบเผามป่า
ขณะเดียวกันก็ได้เกิดไฟไหม้ป่าขึ้น ที่บริเวณป่าเขาวง บ้านท่าโป่ง ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ทางด้าน นายวัลลภ พรมรินทร์ กำนัน ต.วังตะเฆ่ พร้อมด้วยกลุ่มเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว ของ ต.วังตะเฆ่ และคณะกรรมการป่าเขาวง5หมู่บ้านในต.วังตะเฆ่ ก็ได้นำอุปกรณ์ออกดับไฟป่าในพื้นที่ป่าเขาวง โซนเทือกเขาพังเหย ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ พบมีการลักลอบเผาป่าข้างเคียงจนลุกลามเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าควบคุมและดับไฟตลอดคืนจนสงบลงได้ในเช้าวันเดียวกัน ประเมินเบื้องต้นมีพื้นที่ป่าเสียหายไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ซึ่งถึงขณะนี้สามารถควบคุมไฟไว้ได้ในบางจุดแต่เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นก็จะได้รุดเข้าไปดับเป็นจุดให้ทันเวลาซึ่งบางจุดยังคงมีควัยไฟพวยพุ้งอยู่แต่ยังไม่ประทุรุนแรงจึงต่อเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องต่อไป
ขณะเดียวกันยังมีอีกจุดสำคัญคือโซนเทือกเขาภูแลนคา -ช่องสามหมอ รอยต่อเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอคอนสวรรค์ ซึ่งเกิดไฟป่าขึ้นเช่นกัน หน่วยงานป้องกันของ อบต.ห้วยไร่ อำเภอคอนสวรรค์ ก็ได้มีระดมเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภูแลนคา หมู่ 6 บ้านโคกไม้งาม และหมู่ 8 บ้านดงเย็น ตำบลห้วยไร่ (ศูนย์วิจัยพันธุ์สัตว์ป่า) เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าลงได้บางส่วน คาดการณ์ความเสียหายเบื้องต้นอีกไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ แต่ในขณะเดียวกัน บนเทือกเขาช่องสามหมอยังพบว่ามีควันไฟพวยพุ่งอยู่หลายจุดซึ่งยังต้องเฝ้าระวังเพราะสภาพอากาศร้อนอบอ้าวมีโอกาสที่จะประทุลุกลามขึ้นได้อีกครั้งก็เป็นได้
โดยจังหวัดชัยภูมิยังคงระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและดับไฟป่าในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์การพบจุดความร้อนจากการเผาในพื้นที่การเกษตรและป่าไม้ยังคงสูง โดยในช่วง 1-2 วันก่อนหน้า มีจุดความร้อนรวม 999 จุด/ครั้ง ซึ่งตัวเลขได้พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 1,020 จุด/ครั้ง ทำให้จังหวัดชัยภูมิเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดลพบุรีที่มีจุดความร้อนสูงเป็นอันดับ 1 กว่า 1,113 จุด/ครั้ง สถานการณ์นี้อาจทำให้ค่า PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยรวมได้
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ จังหวัดชัยภูมิจึงเร่งระดมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน รวมถึงป่าไม้ ตั้งจุดสกัดการลักลอบเผาป่า และแจ้งเตือนประชาชนทุกพื้นที่ให้งดเผาโดยเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนลอบเผาจะมีโทษหนัก นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมจัดชุดออกให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในจุดเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า เพื่อให้สามารถเข้าดับไฟได้รวดเร็วที่สุด ก่อนที่จะสร้างความเสียหายลุกลามเป็นวงกว้างในทุกพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
ทางด้านนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ก็ได้มีนโยบายห้ามจุดห้ามเผา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดค่าPM2.5. ที่สูงขึ้น จึงขอความร่วมมือ. ขอความกรุณา. โปรดรักษา.เพื่อปกป้องผืนป่าแห่งนี้ไปพร้อมๆกัน ถือเป็นหัวใจ. ปอด และชีวิตของพวกเราเอง. รวมถึงชีวิตสัตว์ป่าที่อาศัยในพื้นที่ป่าต่างๆอีกด้วยต่อไป////
/////////////////วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ 098-6368829//////////////////
ชัยภูมิไฟป่าระอุบนเขาวงและภูแลนคาเผาวอดป่า2 พันไร่ PM2.5พุ่งอันดับ 2ประเทศหวั่นวิกฤต
จังหวัดชัยภูมิเผชิญสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงในหลายพื้นที่ ทั้งบนเทือกเขาพังเหยและภูแลนคา สร้างความเสียหายแก่ป่าไม่น้อยกว่า 2,000 ไร่ ขณะที่จังหวัดยังคงติดอันดับ 2 ของประเทศในการพบจุดความร้อนจากการเผา ซึ่งอาจส่งผลให้ค่า PM 2.5 กลับมาวิกฤตอีกครั้ง
ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เกิดไฟป่าขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดชัยภูมิ ทั้งในโซนบนเทือกเขาพังเหยและเทือกเขาภูแลนคา นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ จึงสั่งระดมเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกช่วยกันดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในจุดเกิดเหตุไฟป่าไหม้ในครั้งนี้คือพื้นที่ป่าบนเทือกเขาพังเหย ใกล้กับหมู่บ้านหลังสัน ต.วังตะเฆ่ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันไฟป่าและชาวบ้านต่างต้องนำอุปกรณ์ดับไฟตลอดคืนจนสามรถควบคุมไฟไว้ได้ พร้อมเตือนชาวบ้านอย่ามองเห็นแก่ผลประโยชนืน้อยนิดที่จะได้จากการลักลอบเผามป่า
ขณะเดียวกันก็ได้เกิดไฟไหม้ป่าขึ้น ที่บริเวณป่าเขาวง บ้านท่าโป่ง ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ทางด้าน นายวัลลภ พรมรินทร์ กำนัน ต.วังตะเฆ่ พร้อมด้วยกลุ่มเฉพาะกิจเคลื่อนที่เร็ว ของ ต.วังตะเฆ่ และคณะกรรมการป่าเขาวง5หมู่บ้านในต.วังตะเฆ่ ก็ได้นำอุปกรณ์ออกดับไฟป่าในพื้นที่ป่าเขาวง โซนเทือกเขาพังเหย ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ พบมีการลักลอบเผาป่าข้างเคียงจนลุกลามเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าควบคุมและดับไฟตลอดคืนจนสงบลงได้ในเช้าวันเดียวกัน ประเมินเบื้องต้นมีพื้นที่ป่าเสียหายไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ซึ่งถึงขณะนี้สามารถควบคุมไฟไว้ได้ในบางจุดแต่เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง หากเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นก็จะได้รุดเข้าไปดับเป็นจุดให้ทันเวลาซึ่งบางจุดยังคงมีควัยไฟพวยพุ้งอยู่แต่ยังไม่ประทุรุนแรงจึงต่อเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องต่อไป
ขณะเดียวกันยังมีอีกจุดสำคัญคือโซนเทือกเขาภูแลนคา -ช่องสามหมอ รอยต่อเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอคอนสวรรค์ ซึ่งเกิดไฟป่าขึ้นเช่นกัน หน่วยงานป้องกันของ อบต.ห้วยไร่ อำเภอคอนสวรรค์ ก็ได้มีระดมเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภูแลนคา หมู่ 6 บ้านโคกไม้งาม และหมู่ 8 บ้านดงเย็น ตำบลห้วยไร่ (ศูนย์วิจัยพันธุ์สัตว์ป่า) เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าลงได้บางส่วน คาดการณ์ความเสียหายเบื้องต้นอีกไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่ แต่ในขณะเดียวกัน บนเทือกเขาช่องสามหมอยังพบว่ามีควันไฟพวยพุ่งอยู่หลายจุดซึ่งยังต้องเฝ้าระวังเพราะสภาพอากาศร้อนอบอ้าวมีโอกาสที่จะประทุลุกลามขึ้นได้อีกครั้งก็เป็นได้
โดยจังหวัดชัยภูมิยังคงระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและดับไฟป่าในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์การพบจุดความร้อนจากการเผาในพื้นที่การเกษตรและป่าไม้ยังคงสูง โดยในช่วง 1-2 วันก่อนหน้า มีจุดความร้อนรวม 999 จุด/ครั้ง ซึ่งตัวเลขได้พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 1,020 จุด/ครั้ง ทำให้จังหวัดชัยภูมิเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดลพบุรีที่มีจุดความร้อนสูงเป็นอันดับ 1 กว่า 1,113 จุด/ครั้ง สถานการณ์นี้อาจทำให้ค่า PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนโดยรวมได้
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ จังหวัดชัยภูมิจึงเร่งระดมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน รวมถึงป่าไม้ ตั้งจุดสกัดการลักลอบเผาป่า และแจ้งเตือนประชาชนทุกพื้นที่ให้งดเผาโดยเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนลอบเผาจะมีโทษหนัก นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมจัดชุดออกให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในจุดเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า เพื่อให้สามารถเข้าดับไฟได้รวดเร็วที่สุด ก่อนที่จะสร้างความเสียหายลุกลามเป็นวงกว้างในทุกพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
ทางด้านนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ก็ได้มีนโยบายห้ามจุดห้ามเผา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดค่าPM2.5. ที่สูงขึ้น จึงขอความร่วมมือ. ขอความกรุณา. โปรดรักษา.เพื่อปกป้องผืนป่าแห่งนี้ไปพร้อมๆกัน ถือเป็นหัวใจ. ปอด และชีวิตของพวกเราเอง. รวมถึงชีวิตสัตว์ป่าที่อาศัยในพื้นที่ป่าต่างๆอีกด้วยต่อไป////
/////////////////วิรัตน์ ดวงแก้ว ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ 098-6368829//////////////////

