ปปท.5 ร่วมเครือข่ายฯ “ขึงพืด” ทต. เอื้อโรงงานฯ สร้างผลกระทบชาวบ้าน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 3 นางสาวสาริสา รอดถาวร ผู้อำนวยการกลุ่มงานป้องกันการทุจริตในภาครัฐ นายจักรกริช พลดาหาญ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตภ.9) นายอนุชา สัตยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดแพร่ นายชาญชัย แก้วประดับ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ (DSI) นายธีรพงษ์ ธงออน ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ ได้มอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรีภาคิน ชมภูพันธ์ รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ ให้เป็นผู้แทนธรรมาภิบาลจังหวัดแพร่ นางเครือวัลย์ ปัญญาไวย เครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตจังหวัดแพร่ นายรัฐพล แสงดอก ประธานพร้อมคณะ รวม 24 คน ฯ เข้าตรวจสอบการทำงานของภาครัฐกรณี โรงงานผลิต “ชีวมวลไม้อัดแท่ง” ที่ปล่อยมลภาวะทางเสียง ทางอากาศ จนส่งผลกระทบชาวบ้าน ใน ตำบลปงป่าหวายรอบๆ โรงงานในรัศมี 600 เมตร มีอาการป่วยทางเดินหายใจ และบางรายแพทย์แนะนำให้อพยพออกไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย โดยได้นัดหมายหน่วยงานรัฐที่ อาทิ อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่(ทสจ.แพร่) สาธารณสุขจังหวัดแพร่ ผู้บริหารเทศบาลตำบลปงป่าหวาย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะการประชุมครั้งนี้ สส.พิมไจ นางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3 เดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อขอฟังสภาพปัญหาที่ทางราชการละเลยการบังคับใช้กฎหมาย และได้เข้าหารือหาต้นเหตุการณ์ปัญหาในห้องประชุมได้เปิดให้ทางราชการได้ชี้แจง การก่อตั้งโรงงานเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาและเมื่อเกิดปัญหาเข้ามาแก้ไขอย่างไร ซึ่งทางอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ยืนยันว่าโรงงานถูกต้องทุกประการทั้งการขออนุญาตและไม่มีการปล่อยมลภาวะเกิดค่ามาตรฐาน ทาง ทสจ.แพร่ ก็ยืนยันว่าโรงงานแห่งนี้ขออนุญาตจากกรมโรงงานตามข้อ 34 (4) ให้ใช้ไม้นอกประเภทจำนวน 13 ชนิด ซึ่ง ทสจ.แพร่ได้เข้าตรวจถึง 2 ครั้ง พบมีเพียงไม้จามจุรีเป็นวัตถุดิบเท่านั้น และได้โชว์ภาพผ่านหน้าจอโปรเจ็คเตอร์ในห้องประชุม

ส่วนทางด้านสาธารณสุขจังหวัดแพร่ ได้กล่าวถึงมีผู้ป่วยทางเดินหายใจในบริเวณรอบๆ โรงงาน ได้ส่งรถตรวจคุณภาพอากาศก็พบว่ามีค่ามาตรฐาน ไม่เป็นอันตราย ทางศูนย์ดำรงธรรมก็แจ้งว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายตามระเบียบทุกประการ

ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบทางเทศบาลฯ ที่มารอฟังการพิจารณาของ ปปท.ภาค5 ซึ่งหลายคนไม่ได้เข้าฟังเป็นชาวบ้านห้ามเข้าฟังเพียงให้ส่งตัวแทนเข้าไปในห้องประชุมเท่านั้น

ในขณะที่ นางนงลักษณ์ ตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวถึงความไม่ปกติในการก่อตั้งโรงงานจนเกิดมลภาวะในชุมชน โรงงานมีการขออนุญาตที่ผิดปกติ โดยเฉพาะ การรับฟังความคิดเห็นต่อชุมชนเพื่อก่อตั้งโรงงานในวันที่ 10 ธันวาคม 2565 ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นแต่แจ้งว่าจะมาซื้อเศษไม้เหลือใช้ในชุมชนไปจำหน่ายต่อ (เศษไม้ในชุมชนคือไม้สัก)

หลังจากนั้นโรงงานขออนุญาตจากกรมโรงงาน ใบ รง. 4 ลำดับที่ 34 (4 ) ใบอนุญาตนี้ใช้ไม้นอกประเภทอยู่ในประเภทไม้ 13 ชนิดเท่านั้น ไม่มีไม้สัก จากนั้นได้นำเครื่องจักรมาเพิ่มเติมเพื่อบดอัดไม้เป็นไม้อัดแท่ง ในปี 2567 มีการแจ้งขอเพิ่มเครื่องจักรเป็น 800 แรงม้า วันที่ 7 สิงหาคม 2567 แต่ก็มิได้ขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องอาทิกฎหมายควบคุมมลภาวะ กฏหมายท้องถิ่น

นางนงลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ตั้งโรงงานมายังไม่มีการขออนุญาตใบประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ( อภ.2 ) มาตั้งแต่เริ่มกิจการ ซึ่งผู้รักษากฎหมายไม่มีการปฏิบัติบังคับใช้กฎหมายมานาน ถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มีตัวแทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่ และธรรมมาภิบาลจังหวัดแพร่ เสนอให้ ปปท.เร่งดำเนินการตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง

หลังจากนั้นทางตัวแทนชาวบ้านได้นำเอกสารหลักฐานการระเมิดกฎหมาย การกระทำผิดกฎหมาย การละเว้นไม่บังคับใช้กฎหมาย รวบรวมเป็นเอกสารส่งให้กับ นายณัฏฐนันท์ บัวศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ3 และยื่นต่อนางสาวลักษณารีย์ ดวงตาดำ ส.ส.แพร่ เขต 3

หลังจากนั้นคณะ ปปท.ภาค 5 ได้เดินทางไปดูโรงงานเข้าพบ ผู้จัดการโรงงาน ภายในโรงงาน มีการหารือ หาทางออกร่วมกัน ปรากฏว่า โรงงานพยายามยืนยันว่าโรงงานสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน มีการจ้างแรงงานในชุมชน ในขณะที่แกนนำชาวบ้านยืนยันว่าจ้างแรงงานในชุมชนเพียง 1 รายเท่านั้น และที่สำคัญคือการรับซื้อไม้สักในชุมชน มีผู้ประกอบการไม้สักกว่า 200 รายที่โรงงานรับซื้อ ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านต้องนำเศษไม้สักไปเผาทิ้งไม่ได้ประโยชน์ เป็นคำพูดของผู้จัดการโรงงานกล่าวกับนายณัฏฐนันท์ และคณะ ปปท.ที่เข้าหารือ

ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ขัดต่อคำชี้แจงของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ในห้องประชุมอย่างชัดเจน ซึ่งผู้รับฟังจึงเข้าใจได้ว่า การชี้แจงในห้องประชุมเป็นเพียงข้อมูลตบตา ปปท. อย่างไม่เกรงกลัวความผิดใดๆ

จากสภาพปัญหาการ
ระเมิดกฎหมายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สนใจแม้แต่ คณะ ปปท. ถือว่าเป็นการไม่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามทุจริตในวงราชการ

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

You May Also Like