วันที่ 23 เมษายน 2569 น.ส.สุรีรีตน์ แต้ชูตระกูล แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าว อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ภายหลังเดินทางไปยื่นหนังสือให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำจากราคาลูกละ 18 บาท เหลือ 7 บาท หักค่าเก็บค่าสอยเหลือลูกละ 4 บาท เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ล่าสุดเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดประจวบฯ แจ้งว่าได้ทำหนังสือแจ้งให้ กรมการค้าต่างประเทศพิจารณาชะลอการนำเข้ามะพร้าวผ่านท่าเรือแหลมฉบัง

” หากยังนำมะพร้าวนอกเข้ามาอีก แกนนำเครือข่ายจะร่วมกันทุบหม้อข้าวของนายทุนโรงงานกะทิบ้าง โดยแปลจดหมายของสำนักงานเศรษฐกิจการค้า หรือ สศก.ส่งสถานฑูต ส่งให้บริษัทที่ซื้อกะทิในต่างประเทศ เนื่องจาก สศก. ยืนยันว่ามะพร้าวไทยมีทะลายละ 3.15 ลูก ซึ่งต้ำกว่าความเป็นจริง การดำเนินการเช่นนี้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับ กับพื้นที่สวนที่ขายมะพร้าวในประเทศให้โรงงานในล๊อตนั้น เก็บจากสวนมะพร้าวกี่ไร่ ได้ผลผลิตจริงกี่ลูก จากนั้นให้ผู้ส่งออกชี้แจงกับคู่ค้าว่า ไปนำน้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวส่วนเกินมาจากแหล่งไหน ทำไม่ต้องใช้แบรนด์เมดอินไทยแลนด์เพื่อประโยชน์ในการส่งออก ” น.ส.สุรีรัตน์ กล่าว
นายกิตติวงศ์ แสงสุวรรณ แกนนำเครือข่าย ชาว อ.ทับสะแก อดีตคณะอนุกรรมาธิการแก้ปัญหาราคามะพร้าว สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา สศก.ได้ใช้ข้อมูลที่ทำให้เกิดความเสียหายให้กับพี่น้องชาวสวนมะพร้าว โดยปี 2567แจ้งว่ามะพร้าวมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 731ลูกต่อไร่ต่อปี เมื่อคำนวณแล้วในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกมะพร้าวได้ประมาณ 20 ต้น แสดงว่า 1 ต้นให้ผลแค่ 3.045 ลูกต่อเดือนเท่านั้น
“ทำให้มีตัวเลขมะพร้าวทั้งประเทศ 597,445,802 ลูกหรือ ประมาณ 836,424 ตัน แต่ความต้องการใช้ทั้งประเทศอยู่ 1.18 ล้านตัน หรือขาดอยู่ ประมาณ 343,575 ตัน จึงตัองมีการสั่งมะพร้าวนำเข้า เนื่องจากตัวเลขของ สศก.บอกว่ามะพร้าวต่อต้นต่อเดือน มีสามลูกกว่าๆ น่าจะเป็นข้อมูลที่นั่งเทียนหรือไม่ โดยอ้างว่าตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ย แต่ไม่ถามเรื่องจริงจากชาวสวนหรือไม่สำรวจให้ชัดเจน และเมื่อมีปัญหาการลงพื้นที่สำรวจมะพร้าวทุกครั้ง จะอ้างว่าเกษตรกรให้ข้อมูลไม่ตรง มีการปกปิด แต่น่าสนใจว่า สศก.ทราบและมีข้อสรุปได้อย่างไรว่าทั้งประเทศมีพื้นที่ปลูกที่แท้จริงเท่าไหร่ ” นายกิตติวงศ์ กล่าว

