
เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศหยุดส่งน้ำฤดูแล้งปี 2568/2569 หลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรัง และกักเก็บไว้เตรียมพร้อมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมทั้งปรับปรุงแซ่มแซมคลองส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมขอให้เกษตรกร และทุกภาคส่วน ได้เก็บกักน้ำไว้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภค ระบบประปา และสัตว์เลี้ยงให้เพียงพอต่อความต้องการ
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณน้ำของเขื่อนลำปาวมีอยู่ที่ 787 ล้าน ลบ.ม.หรือ 40 เปอร์เซ็นต์ จากความจุ 1,980 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่เคยเก็บไว้ 11 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 29 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสาเหตุที่ต้องน้ำไว้สูงกว่าเดิมเล็กน้อยนั้น เนื่องจากได้รับแจ้งจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าในปีนี้อาจจะเกิดสถาการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ หรือสถานการณ์ภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องเก็บไว้สูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย
นายสำรวย กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรังของเกษตรกร ทางโครงการฯจึงออกได้ประกาศหยุดส่งน้ำฤดูแล้งปี 2568/2569 และการส่งน้ำฤดูฝนปี 2569 โดยได้ลดปริมาณส่งน้ำลงแบบขั้นบันได ทั้งคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย และฝั่งขวา ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2569 และจะปิดสนิทในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569
รวมทั้งได้ปิดประตูอาคารระบายน้ำล้น หลังได้ส่งน้ำในช่วงฤดูแล้งมาตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เพื่อช่วยเหลือพื้นการเกษตรอย่างเต็มประสิทธิภาพของเขื่อนลำปาว ในพื้นกว่า 3 แสนไร่ ทั้งข้าวนาปรัง พืชไร่ และการประมง แต่ยังคงระบายน้ำลงลำน้ำปาวผ่านอาคารระบายน้ำเฉลี่ยวันละ 3 แสน ลบ.ม.ไหลต่อไปยังแม่น้ำชี เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ และใช้ในการอุปโภค บริโภคตลอดสองฝั่งแม่น้ำ
นายสำรวย กล่าวว่า หลังจากนี้จะเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ สภาพฝน ฟ้า อากาศ อีกครั้งหนึ่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคม -มิถุนายน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ปรับเปลี่ยน การบริหารจัดการน้ำให้มีความเหมาะสมต่อไป
นายสำรวย กล่าวอีกว่า ในช่วงที่หยุดการส่งน้ำ ทางโครงการฯ จะได้เร่งซ่อมแซมปรับปรุง บำรุงรักษาคลองส่งน้ำ และอาคารประกอบ เพื่อให้คลองส่งน้ำมีประสิทธิภาพส่งน้ำเต็มที่ ก่อนที่จะเปิดการส่งน้ำในช่วงฤดูฝน
ทั้งนี้ในช่วงระหว่างก่อนหยุดส่งน้ำ วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ขอให้เกษตร ประปาชุมชนของท้องถิ่น และผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนได้เก็บกักน้ำไว้ในสระน้ำ แปลงนา บ่อพักน้ำ เพื่อใช้ในกิจกรรมเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง รวมทั้งเพื่อใช้ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภค ระบบประปา และสัตว์เลี้ยงให้เพียงพอต่อความต้องการ
อย่างไรก็ตามในส่วนการส่งน้ำฤดูฝน ปี 2569 ทางโครงการฯจะจัดประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทานแบบมีส่วนร่วม หรือ เจเอ็มซี ประมาณเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อร่วมกันพิจารณา ประเมินสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ และกำหนดแผนการส่งน้ำฤดูฝนปี 2569 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร และประชาชนต่อไป

