
จังหวัดกาฬสินธุ์ พบปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น เฉลี่ยวันละกว่า 590 ตัน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง พร้อมผลักดันสร้างมูลค่าเพิ่ม และลดการเผาเกิดภาวะโลกร้อน ด้วยโครงการกรมธรรม์ขยะคุ้มครองคุณคุ้มครองโลก และโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน สนับสนุนนโยบายรัฐบาลเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานทดแทน ส่งเข้าโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นพลังงานสะอาด ที่มั่นคงและยั่งยืน
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามสภาพดินฟ้าอากาศในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ภายหลังจากช่วงนี้เริ่มมีฝนตกลงมา ถึงแม้พื้นที่ฝนตกจะไม่ทั่วถึง และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาจะไม่หนักมาก แต่ก็ส่งผลดีทำให้เกิดความชุ่มฉ่ำ และผ่อนคลายจากความร้อนอบอ้าวได้เป็นอย่างดี อุณหภูมิที่เคยพุ่งสูงถึง 42 องศา ก็ได้เริ่มลดลงอยู่ในระดับอุณหภูมิพอเหมาะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งผลถึงดัชนีความร้อนจากภาวะเรือนกระจก และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ลดลงตามลำดับ
อีกส่วนหนึ่งคือผลจากการรณรงค์ลดเผาขยะและพื้นที่การเกษตร สอดคล้องกับรายงานของทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) กาฬสินธุ์ ในการประชุมคณะกรรมการจัดทำและติดตามประเมินผลแผนปฏิบัติการ เพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด โดยระบุว่าค่า PM 2.5 ลดลงจากปี 2568 ถึง 40%
โดยในการประชุมคณะกรรมการจัดทำและติดตามประเมินผลแผนปฏิบัติการ เพื่อการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด ที่ห้องประชุมสำนักงาน ทสจ.กาฬสินธุ์ (1 พ.ค.69) ที่ผ่านมานั้น นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้มอบหมายนายธณภัทร ณ ระนอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุม ขณะที่สำนักงาน ทสจ.กาฬสินธุ์ โดยว่าที่ร้อยตรี ธนัทพัชร์ ประสมทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ทสจ.กาฬสินธุ์ ได้มอบหมายนางสาวบุหงา รองไชย ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงาน ทสจ.กาฬสินธุ์ ร่วมประชุม พร้อมรายงานการจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด
ทั้งนี้ นางสาวบุหงา รองไชย ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงาน ทสจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของการป้องกันควบคุมการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 นั้น ได้บูรณาการกับกรมควบคุมมลพิษ ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ ท้องถิ่น ท้องที่ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายและเกษตรเป็นอย่างดียิ่ง ทั้งในส่วนของการของการควบคุมและป้องกันการเปิดไฟป่า การลดเผาขยะมูลฝอยและพื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ค่า PM 2.5 ลดลงตามลำดับ เปรียบเทียบข้อมูลพบว่าปี 2569 ณ วันนี้ ลดลงจากปี 2568 ถึง 40% หรือหากเปรียบเทียบในช่วงเดือน เมษายน 2569 ลดลงจากเดือนเมษายน 2568 ถึง 20% ทีเดียว
นางสาวบุหงากล่าวว่า สำหรับสถานการณ์สิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ ด้านขยะนั้น พบว่าในปี 2568 มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นจำนวน 590.83 ตันต่อวัน โดยปริมาณขยะที่กำจัดได้ถูกต้อง จำนวน 372.58 ตันต่อวัน หรือร้อยละ 63.06 ปริมาณขยะที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ 261.01 ตันต่อวัน หรือร้อยละ 44.07 และปริมาณขยะมูลฝอยที่จัดการไม่ถูกต้อง จำนวน 218.25 หรือร้อยละ 36.94 ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า อปท.แต่ละแห่งมีการจัดการขยะภายในชุมชน โดยมีการคัดแยกสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการแปรรูปและจำหน่าย ส่วนหนึ่งนำไปทิ้งที่บ่อขยะของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พื้นที่บ้านแก่งนาขาม อ. เมืองกาฬสินธุ์
ขณะที่ผู้แทนสำนักงานท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ระบุว่า สำหรับการจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลนั้น ในช่วงที่ผ่านมานอกจากจะได้ทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOU กับหลาย อปท.ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ในการคัดแยกขยะรีไซเคิล และนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นพลังงานโรงไฟฟ้าชีวมวลแล้ว ยังได้จัดทำโครงการกรมธรรม์ขยะคุ้มครองคุณคุ้มครองโลก เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะในชุมชน เปลี่ยนขยะของทุกครัวเรือนให้เป็นกรมธรรม์คุ้มครองชีวิตของสมาชิกในครัวเรือน และโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน เพื่อลดปริมาณขยะและการเกิดก๊าซมีเทน ที่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะวะโลกร้อน
ด้านนายประดิษฐ์ ปัญญา นายกเทศมนตรีตำบลธัญญา อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่เป็นชุมชนขนาดใหญ่ ในแต่ละวันจึงมีปริมาณขยะที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค และการใช้ชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก เพื่อเป็นการจัดการขยะอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล และลดปริมาณขยะล้น จึงได้ร่วมกับสำนักงานท้องถิ่น จ.กาฬสินธุ์ ในการจัดทำโครงการกรมธรรม์ขยะคุ้มครองคุณคุ้มครองโลก และโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนดังกล่าว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกชุมชนเป็นอย่างดียิ่ง นอกจากจะทำให้ชุมชนสะอาด ปลอดมลภาวะเป็นพิษ หน้าบ้านน่ามอง ในบ้านน่าอยู่อาศัยแล้ว ยังมีรายได้จากการคัดแยกขยะขาย นำเงินรายได้เข้ากองทุนธนาคารขยะเป็นเงินสะสม กรณีเสียชีวิตคุ้มครองศพละ 1 หมื่นบาทอีกด้วย
นายประดิษฐ์กล่าวอีกว่า สำหรับการคัดแยกขยะ และนำเข้าแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลนั้น เป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าจากสารอินทรีย์ หรือเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ตอซัง แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ พลาสติก โดยนำเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ เพื่อเกิดพลังงานความร้อน ไปขับเคลื่อนกังหันไอน้ำหรือแปรรูปเป็นก๊าซ จัดเป็นพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด มั่นคงและยั่งยืน ช่วยลดขยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล ในการใช้พลังงานทางเลือก และพลังงานทดแทน ตนเห็นดีด้วย และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

