
ผนึกกำลังครั้งใหญ่! สสส. – สปสช. ร่วมกับภาคีเครือข่าย เปิดมหกรรม “แซ่บสุก เซฟชีวิต” ดึงพลังคนรุ่นใหม่ประสาน อสม. ขับเคลื่อนแก้ปัญหาภัยเงียบพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีในพื้นที่กาฬสินธุ์ ขณะที่รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ แนะให้มีการประกวดหมู่บ้านแซบสุกและอสม.แซ่บสุกปลอดพยาธิใบไม้ตับ เพื่อต่อยอดและขยายผลการขับเคลื่อน“แซ่บสุก เซฟชีวิต” อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (พื้นที่ในเมือง) นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร์ ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายนางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานมหกรรม “แซ่บสุก เซฟชีวิต” ดึงพลังคนรุ่นใหม่ ประสานอสม. ขับเคลื่อนแก้ปัญหาภัยเงียบพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีในพื้นที่กาฬสินธุ์
จัดโดยสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ร่วมกับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และภาคีเครือข่ายสาธารณสุข เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและตัดวงจรร้ายจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างยั่งยืน
โดยมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 พบปะและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและ อสม.ในครั้งนี้ด้วย มีรศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถานบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นพ.สมชาย ชมภูคำ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนางสาววิลัยวัลย์ ธงสันเที๊ยะ ประธานชมรม อสม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดร.ดนัย หวังบุญชัย ผู้จัดการแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ รวมทั้ง อสม.เมืองกาฬสินธุ์ ประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนกว่า 500 คนร่วมงาน
นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาด้านสาธารณสุข แต่เป็นภัยร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ทางจ.กาฬสินธุ์ โดยนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร์ ผวจ.กาฬสินธุ์ จึงพร้อมขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันการศึกษาอย่างเต็มกำลัง
สิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่งในวันนี้คือการรวมพลังของคนต่างวัย ทั้งเยาวชนคนรุ่นใหม่และพี่น้อง อสม. ที่หันมารณรงค์ภายใต้แนวคิด “แซ่บสุก เซฟชีวิต” เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอคือพฤติกรรมการกิน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยคัดกรองเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน ทั้งนี้ ตนยังมีแนวคิดให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ได้มีการประกวดหมู่บ้านแซบสุกและอสม.แซ่บสุกปลอดพยาธิใบไม้ตับ เพื่อต่อยอดและขยายผลการขับเคลื่อน“แซ่บสุก เซฟชีวิต” อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ด้าน รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า เพื่อตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล ในการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และทุกภาคส่วนเพื่อขจัดโรคนี้ให้หมดไป
มหกรรมในวันนี้จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มบูรณาการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างภาควิชาการ ภาคสาธารณสุข และภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นสร้างพลังขับเคลื่อนจากคนรุ่นใหม่ (Gen Z และ Gen Y) ควบคู่กับพลังเครือข่ายอันยิ่งใหญ่ของ อสม. ในการสื่อสารความเสี่ยง พลิกฟื้นและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของท้องถิ่นมุ่งสู่แนวคิด “แซ่บสุก เซฟชีวิต” เพื่อตัดวงจรโรคอย่างยั่งยืน
ในขณะที่ นพ.สมชาย ชมภูคำ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาและแนวทางควบคุมโรคในพื้นที่ว่า ปัจจุบันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ก่อความสูญเสียทางสุขภาวะแก่ประชาชนชาวกาฬสินธุ์อย่างน่าใจหาย สาเหตุหลักมาจากวิถีวัฒนธรรมเดิมที่บริโภคปลาน้ำจืดดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ จนเกิดการติดเชื้อสะสม
ทางสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ จึงได้วางแนวทางป้องกันควบคุมผ่านระบบสุขภาพจังหวัด (DHS) มุ่งทำงานเชิงรุกตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ คือคัดกรองกลุ่มเสี่ยงรวดเร็วเพื่อรักษาทันท่วงที ควบคู่กับการสื่อสารความเสี่ยงปรับพฤติกรรมการกิน โดยมี อสม. เป็นกำลังหลักในชุมชน และสร้างเครือข่าย “คนอีสานรุ่นใหม่” เพื่อตัดวงจรโรคไม่ให้ส่งต่อไปยังลูกหลาน
นางสาววิลัยวัลย์ ธงสันเทียะ ประธานชมรม อสม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนำพาพี่น้องอสม.มาร่วมงานกว่า 500 คน กล่าวว่า ในฐานะที่ อสม. เป็นประตูด่านแรกที่ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวบ้านมากที่สุด แม้การเปลี่ยนความเคยชินในวัฒนธรรมการกินปลาดิบของชาวบ้านจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่เกินความสามารถของ อสม. ที่จะช่วยกันเคาะประตูบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจ
งานมหกรรมครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่เป็นการรวมพลังระหว่าง “Gen Z, Gen Y และ อสม.” ซึ่งเป็นการผสานไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ เข้ากับพลังแห่งเครือข่ายและการเข้าถึงชุมชนของ อสม. เพื่อผลักดันให้แนวคิด “แซ่บสุก เซฟชีวิต” เกิดการปฏิบัติจริงในทุกครัวเรือน มุ่งสู่เป้าหมาย ISAN ZERO OV
ด้านนายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต 1 กล่าวว่า ตนเคยมีประสบการณ์ตรง จากพฤติกรรมการบริโภคสุกๆดิบๆ จนมีอาการไม่สบายท้อง พอไปเช็คอาการกับสถานพยายาล จึงพบว่าตับมีปัญหา ต่อมาได้เข้ารับการบำบัดรักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค โดยการกินอาหารที่ปรุงสุก
โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อปลา อาการจึงดีขึ้นและหายเป็นปกติ สำหรับโครงการเปิดมหกรรม “แซ่บสุก เซฟชีวิต” นี้เป็นเรื่องที่ดี ที่จะมีประโชน์ด้านสุขภาพที่ดีของพี่น้องประชาชน ตลอดจนอนุชนรุ่นใหม่ ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนพี่น้อง อสม.ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจตรงนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนตลอดไป
อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสำคัญตลอดทั้งวัน ประกอบด้วย การรับชมภาพยนตร์รณรงค์ ชุด ISAN Zero OV, การแสดงหมอลำหุ่นกระติบข้าว คณะเด็กเทวดา ชุด “เด็กอีสานรุ่นใหม่ห่างไกลปลาดิบ แซ่บสุกเซฟชีวิต”, หมอลำกลอนรณรงค์โดย ดร.ราตรี ศรีวิไล ศิลปินแห่งชาติ, และละครเวทีรณรงค์ “ปลาสิต” ต่อด้วยเวทีเสวนา “Gen z x Gen Y x อสม. รวมพลังเปลี่ยนวัฒนธรรมกิน แซ่บสุก เซฟชีวิต สู่ ISAN ZERO OV”
ขณะเดียวกัน สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังได้เปิดหน่วยบริการทางการแพทย์เชิงรุก ตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีฟรีแก่ประชาชน ภายใต้แนวคิด “ตรวจเร็ว รู้ทัน รักษาได้” รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการผลงานสื่อของเยาวชนจากเวที ISAN ZERO OV MEDIA HACKATHON และบูธนิทรรศการจากหน่วยงานภาคี เช่น สวรส., วช., และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สำหรับกิจกรรมในช่วงบ่าย เป็นการยกระดับศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการเชิงลึกในหัวข้อ “Line Liff เทคโนโลยีใหม่ คัดกรองกลุ่มเสี่ยงติดพยาธิใบไม้ตับ” โดย รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม และ ดร.ชัยวัฒน์ ทะวะรุ่งเรือง ร่วมด้วยการอบรมการใช้คู่มือและแบบสอบถามพฤติกรรมเสี่ยง
โดยทีมติดตามประเมินผลโครงการ ประกอบด้วย รศ.ดร.เกศินี ประทุมสุวรรณ, ผศ.ดร.กันยิกา ชอว์, ดร.ชัชวินธ์ ตันติเวชวาณิชย์, ผศ.พีรพัฒน์ พันศิริ และ นางสาวภาวพรรณ กิจประเสริฐ เพื่อเสริมสร้างทักษะดิจิทัลในการประเมินและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำสูงสุด ก่อนเสร็จสิ้นและปิดกิจกรรมอย่างงดงามในเวลา 15.30 น.

