
เลิศสิน ธ.อ่างทอง นักมวยจากรั้วกำแพงสูง พ้นโทษมุ่งหน้าเข้าสังกัดใหม่ เป็น เลิศสิน พ.ธิตินัย ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน เดินหน้ามุ่งสู่เส้นทางมวยไทยอาชีพเต็มตัว โดยหลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จัดยอดครูมวย เทรนด์เพื่อขอเดินหน้าสร้างแชมป์เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการมวย ย้ำตั้งศูนย์ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทยฯ เพื่อสร้างคนด้วยกีฬา เน้นห้ามเข้ายุ่งยาเสพติด อบายมุข พร้อมส่งเรียนทั้งหมด ด้าน ผบ.เอ็ม ปลื้ม สร้างนักกีฬาจากรั้วกำแพงสูง สู่ถนนอาชีพ ย้ำเป็นภารกิจที่สร้างการแก้ปัญหากระทำผิดซ้ำซากอย่างยั่งยืน
วันที่ 19 มิถุนายน 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก เลิศสิน ธ.อ่างทอง นักมวยดาวรุ่ง จากเวทีมวยราชดำเนิน ได้พ้นโทษจากเรือนจำจังหวัดอ่างทอง มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา บรรยากาศภายในศูนย์ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทย ภายใต้การดูแลของมูลนิธิหลวงพ่อพูล โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม นายธิตินัย พาติกบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ทศกัณฐ์ เสริมสำราญ นายอภิชาติ ขุนเทพ อดีตผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางจังหวัดอ่างทอง ได้นำ “เลิศสิงห์ ธ.อ่างทอง นักชกมวยไทยซึ่งพ้นโทษจากเรือนจำจังหวัดอ่างทอง มาส่งตัวเพื่อเข้าสู่สังกัดใหม่ คือค่าย พ.ธิตินัย ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน เพื่อกรุยทางสู่เส้นทาง นักมวยสายอาชีพ โดยมีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยยอดครูมวย ประกอบด้วย สภาเพชร เกียรติเพชรน้อย , ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ , สำราญศักดิ์ เมืองสุรินทร์ , ครูอ้น ศิษย์โอ มารอรับโดยมีนักมวยในสังกัดศิษย์หลวงพี่น้ำฝน มาร่วมแสดงความยินดีกับอิสรภาพของเลิศสิงห์ ที่ได้รับมาหมาดๆ
ซึ่งบรรยากาศในการรับตัว เลิศสิงห์ ธ.อ่างทอง นักมวยดาวรุ่งเวทีราชดำเนิน เพื่อเข้าสู่สังกัดใหม่ คือค่าย พ.ธิตินัย ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน ได้มีการแนะนำสถานที่พักรวมถึงสวัสดิการการดูแลพร้อมการฝึกซ้อมจากยอดครูมวยที่ได้รับการยอมรับจากวงการมวยไทย เพื่อพัฒนาฝีมือโดยเป้าหมายคือการสร้าง “เลิศสิงห์ พ.ธิตินัย ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน” ให้สามารถคว้าแชมป์ในเวทีระดับประเทศให้ได้ พร้อมกันนี้ ร.ต.อ.ทศกัณฐ์ เสริมสำราญ ได้มอบเงินสำหรับสนับสนุนศูนย์ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทยฯ จำนวน 50,000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับครูหมวยและนักกีฬาที่อยู่ภายในค่ายดังกล่าว
นายธิตินัย พาติกบุตร (ผบ.เอ็ม) ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เลิศสิงห์ ธ.อ่างทอง ถือเป็นนักมวยดาวรุ่งที่ได้รับการฝึกฝนแม่ไม้มวยไทยจากครูมวยภายในเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้ออกไปชกสร้างชื่อเสียงและคว้าชัยชนะหลายครั้งโดยเป็นหนึ่งในนักมวยดาวรุ่งของเวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งปัจจุบันได้มีการถ่ายทอดสดไปหลายประเทศทั่วทั่วโลก นี่คือเป็นการสร้างโดยใช้กีฬาจากภายในพื้นที่ของเรือนจำจังหวัดอ่างทอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาชีพและการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ต้องขังที่สนใจสมัครเข้าในค่ายมวย ธ.อ่างทอง ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์สืบสานแม่ไม้มวยไทยแล้ว ยังเป็นการสร้างคนด้วยกีฬาสร้างอาชีพไปในครั้งเดียว และเมื่อเขามีความมั่นคงภายหลังจากพ้นมาแล้วก็จะมีความมั่นคงในชีวิต และจะไม่หวนกลับไปกระทำความผิดอีก ซึ่งสิ่งนี้เป็นความภาคภูมิใจของคณะทำงานซึ่งการได้เข้ามาส่งตัวให้นักมวยสู่สังกัด ใหม่และมียอดครูมวยทั้งสี่ท่านรวมถึงนักวิทยาศาสตร์การกีฬา การดูแลสวัสดิการด้านอาหารที่พักและควบคุมวินัยก็จะสามารถสร้างมวยจากที่ไม่มีความรู้ไม่มีประสบการณ์ให้ก้าวไปสู่นักมวยอาชีพได้อย่างเต็มตัวในวันนี้
ด้านพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง กล่าวว่าศูนย์อนุรักษ์สืบสานแม่ไม้มวยไทยฯ ซึ่งได้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์คือการทำให้คนห่างไกลจากยาเสพติด สร้างวินัยในตัวเองเองและสร้างรายได้สร้างอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยเรานำเด็กและเยาวชนที่ไร้โอกาสทางสังคมเข้ามาขัดเกลาด้วยการให้เรียนหนังสือ มีวินัยในในการฝึกซ้อม และลงแข่งขันในเวที มาตรฐานทำให้ ยกระดับช่วยให้เยาวชน สามารถสืบสานแม่ไม้มวยไทยซึ่งเป็นสิ่งที่ล้ำค่า
” มีคำถามว่าว่าทำไปแล้วได้อะไร มาตอบได้ว่าทำไปแล้ว ก็มีความสุขใจเพราะเราสร้างคนและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีกีฬามวยไทยให้คงอยู่ และยังสร้างคนให้ห่างไกลจากอบายมุขทั้งปวง นี่คืออีกวิธีการหนึ่งที่วัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง ได้ดำเนินการสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคม วันนี้เลิศสิงห์ มีค่าตัวในการชกแล้วหลาย หมื่นบาท แต่เขาอายุ 28 ปี สำหรับมวยไทยถือว่าอายุเยอะแล้วซึ่งเราจะตั้งเป้าว่าจากวินัยที่เขาได้มาจากเรือนจำจังหวัดอ่างทองเราจะเติมเทคนิคลูกเล่นแม่ไม้มวยไทยจากยอดครูหมวยที่เรามีอยู่ เพื่อสร้างให้เขาไปเป็นแชมป์ให้ได้เร็วที่สุด นั่นหมายถึงเป็นการสร้างความมั่นคงและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กเด็กรวมถึงคนที่สิ้นหวัง และจากที่อายุในการชกจะมีไม่มากแต่เขาจะก้าวไปเป็นครูมวยได้อีกในอนาคตซึ่งก็จะเป็นอาชีพที่มั่นคง และต้องบอกว่าเราดูแลทุกส่วนแม้กระทั่งที่พัก รักษาสุขภาพ อาหารการกิน สวัสดิการต่างๆ เรามีพร้อม ส่วนนึงก็มาจากก้นบาตร ที่พระได้มาลูกศิษย์ลูกหานำมาถวาย สิ่งเหล่านี้ก็นำมาเป็นต้นทุนให้พวกเขาได้สร้างชีวิตกันต่อไปนี่คือความตั้งใจที่มี” หลวงพี่น้ำฝนกล่าวปิดท้าย
