
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เรื่องราวของ น้องแทนใจ เด็กชายวัย 10 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านคลองเจ้าแรง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น หลังน้องมักใช้เวลาว่างออกไปช่วยคุณตาเก็บของเก่าริมถนนเพื่อนำไปขาย หารายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ มาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว แม้อายุยังน้อย แต่กลับแสดงให้เห็นถึงความกตัญญูและความรับผิดชอบเกินวัย
น้องแทนใจอาศัยอยู่กับแม่และคุณตาในบ้านปูนชั้นเดียวสภาพเก่า ทรุดโทรมตามกาลเวลา โดยคุณตามีรายได้หลักจากเบี้ยผู้สูงอายุ ส่วนแม่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้ไม่แน่นอน ขณะที่คุณตาจะปลูกเพิงพักไม้เก่าไว้ริมถนน หลังคามุงสังกะสี ฝาทำจากไม้อัดเก่า และพื้นปูด้วยไม้อัดกับไม้ยูคาลิปตัส ใช้เป็นที่พักหลบแดดหลบฝนระหว่างออกเก็บของเก่า ซึ่งน้องแทนใจก็มักจะไปอยู่เป็นเพื่อนและช่วยเก็บของเก่ากับคุณตาเป็นประจำ
นางศิริพร อายุ 33 ปี แม่ของน้องแทนใจ เปิดเผยว่า ปัจจุบันอาศัยอยู่กับพ่อและลูกทั้ง 3 คน โดยน้องแทนใจกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วยฐานะทางครอบครัวที่ค่อนข้างลำบาก ทำให้บางช่วงไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ส่งผลให้น้องไม่สามารถไปโรงเรียนได้ทุกวัน หากวันใดไม่ได้ไปเรียนก็จะติดตามคุณตาออกไปเก็บของเก่าริมถนนแทน
แม่ของน้องกล่าวว่า ปกติจะให้เงินลูกไปโรงเรียนวันละ 20 บาท แม้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็พยายามหาให้ทุกวัน พร้อมยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วงลูกและอยากให้ลูกได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่ ซึ่งน้องแทนใจเองก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังผู้ใหญ่ และมักบอกรักแม่อยู่เสมอ ขณะที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบล ต่างเข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างต่อเนื่องในด้านต่าง ๆ
ด้านนายธีรภัทร แสงแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองเจ้าแรง กล่าวว่า น้องแทนใจเป็นเด็กนิสัยดี มีความประพฤติเรียบร้อย และศึกษาอยู่กับโรงเรียนมาตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ปัจจุบันอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทางโรงเรียนรับทราบปัญหาฐานะของครอบครัวมาโดยตลอด จึงให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ทั้งทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน รวมถึงสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ
ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมชุดนักเรียนไว้ให้น้อง 2 ชุด โดยให้เก็บไว้ที่บ้าน 1 ชุด และเก็บไว้ที่โรงเรียนอีก 1 ชุด เพื่ออำนวยความสะดวกในกรณีที่ครูพบเห็นน้องกำลังเก็บของเก่าหรือทำกิจกรรมกับคุณตาระหว่างทาง ก็จะรับตัวมาโรงเรียน ให้อาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียน และเข้าเรียนตามปกติ เมื่อเลิกเรียนจึงเปลี่ยนกลับเป็นชุดเดิมก่อนเดินทางกลับบ้าน นอกจากนี้ หากมีผู้ใจบุญหรือหน่วยงานต่าง ๆ นำสิ่งของมาบริจาค โรงเรียนก็จะมอบให้น้องและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
ผู้อำนวยการโรงเรียนยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากโรงเรียนแล้ว ยังมีผู้นำชุมชน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ความช่วยเหลือครอบครัวของน้องแทนใจอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการทอดทิ้ง ล่าสุดผู้ใหญ่บ้านและหน่วยงานในพื้นที่กำลังเร่งวางแผนปรับปรุงพื้นที่ พร้อมสำรวจที่ดินเนื้อที่เกือบ 90 ตารางวา เพื่อดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณตาและครอบครัวได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
ขณะที่น้องแทนใจ บอกด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายว่า “หนูอยากไปเก็บของเก่ากับตา เพราะตาอยู่ที่กองขยะ” คำพูดสั้น ๆ ที่สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และความห่วงใยที่มีต่อคุณตา จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้รับฟัง
ด้านนายมานพ อายุ 60 ปี คุณตาของน้องแทนใจ เล่าว่า ทุกวันจะออกเดินเก็บของเก่าตามริมถนน ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำพลาสติก ขวดเครื่องดื่ม หรือวัสดุรีไซเคิลต่าง ๆ ก่อนนำมากองไว้ที่บ้านเพื่อรอพ่อค้ารับซื้อ ซึ่งจะเข้ามารับของทุก 2–3 วัน ได้เงินครั้งละประมาณ 100–200 บาท บางครั้งก็ไม่มีรายได้เลย แต่ก็ยังพยายามทำเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวเท่าที่กำลังจะทำได้
นายสาคร จันทสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 กล่าวว่า ผู้นำชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างให้การดูแลและช่วยเหลือน้องแทนใจมาโดยตลอด ทั้งในด้านทุนการศึกษา การช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่ และการประสานความช่วยเหลือจากหลายภาคส่วน เพื่อให้น้องได้มีโอกาสเรียนหนังสืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลักดันโครงการสร้างบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่ประสงค์จะร่วมให้ความช่วยเหลือน้องแทนใจ ทั้งด้านการศึกษา ความเป็นอยู่ หรือสิ่งของจำเป็น สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองเจ้าแรง โทรศัพท์ 065-242-6949

