ท่ามกลางปัญหาของการพัฒนาท้องถิ่นห่างไกลหรือ อปท.ตามแนวชายขอบของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ต้องดูแลพัฒนาปัจจัยขั้นพื้นฐานให้ชาวบ้านต้องอยู่รอด แต่กลับเจอระบบที่ไร้การเหลียวแล ยื่นขอไปกี่โครงการหายหมด เดือดร้อนชาวบ้านที่ต้องทนทุกข์กับสภาพท้องถิ่นที่ต้องพากันดิ้นรนเอาชนะกับปัญหามาอย่างยาวนานจนได้ชื่อว่าเป็น อบต.ถูกเมิน

องค์การบริหารส่วนตำบลที่กล่าวถึงก็คือ อบต.แม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอบต.ที่ตั้งอยู่เคียงข้างกับแม่น้ำสาละวินติดกับชายแดนไทย-เมียนมา ด้วยทำเลที่ตั้งที่อาจจะได้รับการยอมรับว่าเป็น อบต.ที่อาจจะได้เปรียบจากภูมิศาสตร์และภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “กลอเซโล” หรือแม้แต่การท่องเที่ยวทางน้ำล่องตามลำน้ำสาละวินชมดินแดน 2 ฝั่ง ท้ายที่สุดกลับเจอกับอุปสรรคจากการพัฒนาที่ย่ำอยู่กับที่ ทั้งเส้นทางคมนาคม ระบบไฟฟ้า หรือระบบสาธารณูปโภค-ระบบสื่อสาร ที่ยังต้องการงบประมาณเพื่อการพัฒนาอีกมาก ที่เห็นได้ชัดก็คือเส้นทางการคมนาคมจากอำเภอแม่สะเรียงที่จะเข้าไปยังบ้านแม่สามแลบ ที่จะต้องเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกๆ หน้าฝน ที่มีทั้งน้ำป่าไหลหลาก ดินไหลปิดทับเส้นทาง ถนนถูกตัดขาดหรือสภาพถนนที่เต็มไปด้วยโคลน แม้จะใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อก็ยังเดินทางลำบาก กลายเป็นปัญหาทั้งการเดินทางเข้าออก การส่งต่อผู้ป่วยที่บางหมู่บ้านต้องอาศัยเดินทางทางเรือเพื่อนำมาขึ้นรถพยาบาลเพื่อเดินทางไปยังโรงพยาบาลสบเมย ก็ยังยากลำบาก
นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ เปิดอกกับผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาเร่งด่วนที่เคยนำเสนอมาทุกปีก็คือการพัฒนาถนนสายหลักและสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน ที่ทุกปีเจอกับปัญหาดินสไลด์ปิดทับเส้นทางหลายแห่ง เกิดเหตุแต่ละครั้งก็ต้องรอเครื่องจักรจากหลายหน่วยงานเข้าไปให้การช่วยเหลือ บางแห่งก็ไม่สามารถเข้าไปได้ เกิดปัญหาแต่ละครั้งก็หลายวัน โดยเฉพาะเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินเช่นการส่งต่อผู้ป่วย ทั้งคนคลอดหรือเจ็บป่วยหนักยิ่งลำบาก บางครั้งการเดินทางโดยทางเรือจากหมู่บ้านที่ห่างไกลเหมือนบ้านสบเมย ที่ต้องใช้การเดินทางทางเรือหน้าฝนแบบนี้ก็มีความเสี่ยงสูงจากกระแสน้ำในแม่น้ำสาละวินไหลเชี่ยว เพื่อมาขึ้นรถพยาบาลเพื่อส่งต่อไปยังอำเภอแม่สะเรียงหรือสบเมยก็ประสบกับปัญหาจากสภาพเส้นทางมาโดยตลอดและต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พยาบาลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล สิ่งที่ชาวบ้านสะท้อนปัญหาเพื่อให้ทาง อบต.แก้ไขนั้นเราก็ไม่มีศักยภาพเพียงพอ เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
ต่อปัญหาของการแก้ไขเส้นทางที่เกิดปัญหาบ่อยๆ หรือซ้ำซากในจุดเดิมๆ ที่แก้ไขกันไม่จบนั้น นายก อบต.แม่สามแลบกว่าวต่อว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาก็ทำได้เพียงเฉพาะหน้า ไม่สามารถแก้ไขให้ได้ในระยะยาวหรือทำเป็นถนนคอนกรีตถาวรไปเลย อย่างเช่นถนนของทางหลวงชนบทหมายเลข 3004 จากแม่สามแลบไปบ้านสบเมยก็มีทั้งทางคอนกรีตกับถนนเดิมสลับกัน คือตั้งแต่ปี 0564 เป็นต้นมาจนถึงปี 2568 ก็ยังเจอกับปัญหาเดิมๆ พอเข้าสู่ช่วงหน้าฝนก็ต้องเจอกับปัญหาแบบนี้อยู่ตลอด ซึ่งทางเราก็พอเข้าใจได้ว่าหน่วยงานในพื้นที่ก็มีงบประมาณจำกัด แต่อยากให้ส่วนกลางหันกลับมาพิจารณาถึงความเดือดร้อนของหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลให้สามารถใช้ถนนได้ทั้งหน้าฝนและหน้าแล้งได้ โดยเฉพาะเรื่องของระบบสื่อสารก็ยังไม่เสถียร ยิ่งเราเป็นหมู่บ้านตามแนวชายแดน หากเกิดความไม่สงบขึ้นการติดต่อสื่อสารก็ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่จะต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ อุปสรรคสำคัญที่ทางเราทราบมานั้นทราบว่าทางรัฐบาลได้ตัดงบประมาณด้านการพัฒนาไปมาก ทำแบบองค์รวมทั้งประเทศจนกระทบกับพื้นที่ที่ห่างไกล ยิ่งมาตัดงบการพัฒนาโครงสร้างพื้นก็ยิ่งกระทบหนักไปอีก รัฐบาลต้องหันมาดูเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำแบบเดียวกันทั้งประเทศ เพราะบางพื้นที่เค้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้งบเพื่อการพัฒนาด้านนี้ แต่แม่ฮ่องสอนเรายังต้องการการพัฒนาอีกมากเพื่อไม่ให้เหลื่อมล้ำมากกว่านี้ แม้ว่าที่ผ่านมาจะพยายามยื่นเสนอโครงการไปยังหลายหน่วยงานกว่า 11 โครงการ แต่ถึง ณ วันนี้ก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไรเลย สิ่งที่ทำได้ก็คือพยายามประสานขอรับการสนับสนุนจากในพื้นที่ ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด หน่วยทหารพัฒนาที่ 36 เท่านั้นหรือต้องขอรับการสนับสนุนจากงบพัฒนาจังหวัด
สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการบริหารจัดการเพียงปีละ 50 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งก็รวมถึงงบบริหารบุคลากร งบพัฒนาก็รวมอยู่ในนี้ทั้งหมด ไม่ใช่งบประมาณปีละ 300 ล้านตามที่เป็นข่าว
วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ จ.แม่ฮ่องสอน
วันที่ 11 กันยายน 2569

